รีวิว Samsung Galaxy Tab S12 Series แท็บเล็ตเรือธงจอใหญ่เต็มตาที่เปิดตัวมาสองรุ่น Galaxy Tab S12+ และ Galaxy Tab S12 Ultra ดีไซน์บางและเบา พกพาสะดวกทำงานขั้นเทพฟีล PC พร้อมปากกา S Pen แถมฟรีในกล่อง บันเทิงขั้นสุดด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9500 เล่นเกมลื่น ประมวลผลฟีเจอร์ AI ได้รวดเร็วลื่นไหลไร้รอยต่อ 8 จุดเด่นของแท็บเล็ตทั้งสองรุ่นจะมีอะไรบ้าง ไปหาคำตอบพร้อมกันเลยจ้า~
จุดเด่นที่ 1 – มีให้เลือกสองขนาด Plus พกง่าย Ultra จอใหญ่จัดเต็ม
ปีนี้ Samsung สลับไลน์อัพแท็บเล็ตใหม่อีกครั้งหนึ่ง หลังจากในปีที่แล้วส่งรุ่นมาตรฐานจอ 11 นิ้ว และรุ่นอัลตร้าจอใหญ่ 14.6 นิ้ว มาในปีนี้เลยเอาใจคนชอบหน้าจอใหญ่ ๆ สเปคแรง ๆ ไว้ดูหนัง ฟังเพลง ทำงานแบบอิ่มเอมใจ Galaxy Tab S12 Series ประกอบไปด้วยแท็บเล็ตสองรุ่น ได้แก่

- Galaxy Tab S12+ แท็บเล็ตไซซ์ใหญ่กำลังดี 12.6 นิ้ว ใช้ทำงานเอกสารหรือสไลด์นำเสนองาน Word, Excel, Canva ได้สบายมาก หรือจะเอาใส่กระเป๋าแล้วพกไปทำงานนอกสถานที่ก็ไม่รู้สึกเกะกะ หยิบมาใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา
- Galaxy Tab S12 Ultra แท็บเล็ตจอใหญ่เต็มตา 14.6 นิ้ว รุ่นนี้ขอบหน้าจอบางเฉียบ 5.2 มม. พื้นที่แสดงผลคอนเทนต์เยอะขึ้นกว่าเดิม ดูหนัง ดูซีรีส์ เสพย์คอนเทนต์ได้เต็มตามาก ๆ รองรับตั้งแต่งานเบาไปจนถึงงานหนัก เช่น ตัดต่อวิดีโอ, ทำงานมัลติทาสก์, วาดรูป และทำชิ้นงานกราฟิก ให้อารมณ์ทำงานแบบ PC ที่พกพาติดตัวไปไหนมาไหนได้
สเปคหน้าจอของทั้งสองรุ่นคือ Dynamic AMOLED 2X ความละเอียดสูงระดับ WQXGA+ รีเฟรชเรท 120Hz ความสว่างสูงสุด 1,600 นิต พร้อมเทคโนโลยี Vision Booster ที่ช่วยเรื่องความคมชัดและสีสันการแสดงผลของหน้าจอให้แจ่มชัด ขณะใช้งานกลางแจ้งหรือในที่มีแสงแดดจ้า

อย่างไรตามสิ่งที่แตกต่างไปจากรุ่นที่แล้วอย่าง Galaxy Tab S11 Series ก็คือ Galaxy Tab S12 Series ไม่มีเทคโนโลยีจอกันแสงสะท้อนอย่าง Anti-reflection แล้ว (แต่ก็ได้เทคโนโลยี Vision Booster มาทดแทน)
จุดเด่นที่ 2 – ใหญ่แต่ไม่หนัก บางและเบากว่าที่คิด !
เห็นหน้าจอใหญ่แบบนี้ก็จริง แต่น้ำหนักและความบางของ Galaxy Tab S12 Series ทั้งสองรุ่นสามารถนิยามได้เลยว่า “ใหญ่แต่ไม่หนัก” เพราะสามารถบาลานซ์ระหว่างความแรงจากชิปเซ็ตภายใน ขนาดหน้าจอ และไดเมนชั่นของตัวเครื่องออกมาได้ลงตัวมาก ๆ

สำหรับ Galaxy Tab S12+ มีความบางอยู่ที่ 5.3 มม. และน้ำหนัก 553 กรัม (รุ่น Wi-Fi) ในขณะที่รุ่นท็อปสุดอย่าง Galaxy Tab S12 Ultra ถึงแม้ว่าหน้าจอจะใหญ่กว่าแต่บางแค่ 5.1 มม. และน้ำหนักเบาเพียงแค่ 695 กรัม (รุ่น 5G)
เรียกได้ว่า Galaxy Tab S12 Series ตอบโจทย์ปัญหาที่หลายคนต้องเคยเจอ โดยเฉพาะคนที่อยากได้แท็บเล็ตจอใหญ่สำหรับทำงานนอกสถานที่ แต่ก็ไม่อยากแบกตัวเครื่องที่หนาและหนักจนเกินไป เพราะนอกจากจะพกพาลำบากแล้ว ยังทำให้รู้สึกเทอะทะอีกด้วย

จุดเด่นที่ 3 – ฟีเจอร์ DeX แบบใหม่ Workspace ทำงานได้หลายหน้าจอ
ฟีเจอร์ DeX ที่เป็นโหมดทำงานสไตล์ PC บน Galaxy Tab S12 Series ได้อัปเกรดให้เปิดใช้งานโดยตรงบนแท็บเล็ตได้เลย และสร้างพรีเซ็ต Workspace ได้สูงสุดถึง 4 ชุด ให้อารมณ์เหมือนทำงานบนเดสก์ท็อป (Desktop) ซึ่งเปิดหน้าต่างซ้อนกันได้สูงสุด 5 แอป
ไฮไลต์เด่นคือความสามารถในการ “ย้ายหน้าต่างแอปฯ ไปยัง Workspace อื่นได้ทันที” ยกตัวอย่างเช่น หากกำลังใช้งาน Samsung Notes อยู่ใน Workspace ที่ 1 ก็ย้ายหน้าต่างไปทำงานต่อใน Workspace ที่ 2 ได้ทันที โดยยังคงสถานะและความคืบหน้าที่ทำค้างไว้เหมือนเดิม ไม่ต้องเปิดแอปฯ ใหม่หรือเริ่มต้นตั้งแต่แรก


การเชื่อมจอผ่าน USB-C หรือสะท้อนหน้าจอ Smart View ยังทำได้เหมือนเดิม มีฟีเจอร์ Multi Window ให้แบ่งหน้าจอใช้งานแอปฯ พร้อมกันได้สูงสุด 3 แอปฯ ปรับเปลี่ยนเลย์เอาต์ (Layout) ได้ตามต้องการ ลากเนื้อหาหรือคอนเทนต์ข้ามไปมาระหว่างหน้าต่างแอปฯ ได้อิสระ เช่น ค้นหาข้อมูลผ่าน Samsung Internet แล้วลากรูปภาพไปวางใน Canva
จุดเด่นที่ 4 – เคสคีย์บอร์ดลุคใหม่ Pro Keyboard แปลงร่างเป็นโน้ตบุ๊คได้ง่าย ๆ

นอกเหนือจากฟีเจอร์ต่าง ๆ จุดเด่นถัดไปที่ทำให้ Galaxy Tab S12 Series ทั้งสองรุ่นโดดเด่นขึ้นมาก็คือ “เคสคีย์บอร์ดแบบใหม่” ที่บอดี้เป็นอะลูมิเนียมหรูหราพรีเมียม เวลาพับเก็บก็เรียบร้อยให้อารมณ์เหมือนโน้ตบุ๊กตอนปิดฝา ตัวเคสมีขาตั้งสำหรับใช้ทำงานบนโต๊ะหรือพื้นราบ (จำหน่ายแยกต่างหากนะ)
ทำให้เราสร้าง Workstation ระดับ PC ขึ้นมาได้ในเวลาอันสั้น แค่นำตัวเคสคีย์บอร์ดมาแปะกับ Pogo Pin แม่เหล็กแรงดูดสูงด้านหลังแท็บเล็ต ส่วนฐานของคีย์บอร์ดก็มีเขี้ยวเล็ก ๆ ช่วยล็อคตัวเครื่องไว้อีกชั้น ตัวล็อคแน่นจริงจัง จับคว่ำจับหงายเครื่องก็ไม่หลุด

ตัวคีย์บอร์ดมี Touchpad เพื่อใช้แทนเมาส์ไม่ต้องพ่วงอุปกรณ์เสริมให้เยอะแยะ มีไฟส่องแป้นพิมพ์ที่ปรับระดับความสว่างได้ และมีปุ่ม Galaxy AI Key ไว้กดเรียกใช้งาน Gemini หรือ Bixby เช่น ระหว่างจดงานใน Samsung Notes ก็กดเรียก Gemini ขึ้นมาให้ช่วยหาข้อมูลเพิ่มเติม
จุดเด่นที่ 5 – ปากกา S Pen แถมฟรีในกล่อง Samsung Notes ใช้ฟรีตลอดชีพ
จุดเด่นที่ขาดไม่ได้ของ Galaxy Tab ก็คือ “S Pen ที่แถมมาให้ฟรีภายในกล่อง” ไม่ต้องซื้อแยกเพิ่มเติม แถมยังไม่ต้องคอยชาร์จหรือกังวลว่าแบตเตอรี่ปากกาจะหมดระหว่างใช้งาน เพราะตัวปากกาทำงานร่วมกับแผงรับสัญญาณบนหน้าจอผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้หยิบขึ้นมาเขียน วาด หรือจดบันทึกได้ทันที

สำหรับ S Pen ของ Galaxy Tab S12 Series มาพร้อมตัวด้ามทรงหกเหลี่ยม (Hexagon) หัวปากกา Soft Tip ให้สัมผัสคล้ายดินสอจริง ๆ จับได้ถนัดมือไม่ลื่นจนเกินไปเหมือนเขียนบนกระจก รองรับแรงกดได้ 4,096 ระดับ ควบคุมน้ำหนักและความหนาของเส้นได้แม่นยำ
เมื่อนำมาใช้งานคู่ Samsung Notes แอปจดบันทึกที่อัดฟีเจอร์มาให้แบบแน่น ๆ ก็ทำงานได้สะดวกขึ้นกว่าเดิม เพียงแค่กดปุ่มบน S Pen เราสามารถเปิดเครื่องมือ Quick Tools เพื่อปรับความหนาของเส้น เปลี่ยนสีปากกา และเลือกรูปแบบหัวปากกาที่บันทึกไว้ในรายการโปรด (Favorites) ได้ทันที
ฟีเจอร์ Note Assist เช่น ช่วยจัดหน้ากระดาษอัตโนมัติ, สรุปเนื้อหาในโน้ต, ตรวจคำสะกดและแก้คำผิด, ปรับสำนวนการเขียน, แปลเนื้อหาเป็นภาษาที่ต้องการ และแปลงลายมือเป็นข้อความ ทั้งหมดนี้รองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบ เอาไปช่วยเขียนสคริปต์ ขึ้นแคปชันโพสต์ หรือตอบอีเมลได้สบาย


จุดเด่นที่ 6 – ฟีเจอร์ Galaxy AI บน One UI 9 ช่วยทำงานได้แบบคล่องตัว
สำหรับฟีเจอร์ Galaxy AI ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในแท็บเล็ต Galaxy Tab S12 Series ทั้งสองรุ่น จะเน้นฟีเจอร์อำนวยความสะดวกในการทำงานให้คล่องตัวและรวดเร็วยิ่งขึ้น
- Now Brief : ช่วยสรุปข้อมูลสำคัญประจำวัน เช่น สภาพอากาศ, นัดหมาย, ข้อมูลสุขภาพ, ข่าวสารประจำวัน
- Now Nudge : ช่วยแนะนำคำตอบหรือ Action ที่เหมาะสมจากบริบทบนหน้าจอ เช่น หัวหน้าทักมาถามว่าสะดวกประชุมวันไหน ระบบจะแนะนำให้เปิดปฏิทินเพื่อเช็คกำหนดการ ถ้ามีคนทักมาขอรูปก็จะมีปุ่ม Shortcut พาไปแกลเลอรี่พร้อมคัดรูปที่เกี่ยวข้องไว้ให้
- AI Select : เปิดใช้งานได้จาก Edge Panel จากนั้นวงสิ่งที่ต้องการบนหน้าจอ ระบบจะแนะนำคำสั่งต่าง ๆ ที่สามารถทำได้โดยอ้างอิงจากสิ่งที่เราวงบนหน้าจอ เช่น สร้างภาพ GIF, บันทึกภาพหน้าจอเฉพาะส่วน, คัดลอกข้อความ, เปิดแผนที่ และเพิ่มนัดหมายลงปฏิทิน เป็นต้น
- Creative Studio และ Generative Edit : สเก็ตภาพด้วย S Pen พิมพ์คำสั่งเพื่อสร้างและปรับแต่งภาพด้วย AI เช่น ลบวัตถุหรือย้ายตำแหน่งวัตถุ เอาไปทำภาพประกอบพรีเซนเทชันหรือโพสต์ขายของออนไลน์ก็ได้


จุดเด่นที่ 7 – ทำงานข้ามอุปกรณ์ได้ง่ายทั้ง Samsung และ iOS
การใช้งาน Galaxy Tab S12 Series ร่วมกับมือถือ Samsung Galaxy จะช่วยให้เราปลดล็อกขีดจำกัดในการทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น เพียงแค่ล็อกอินบัญชี Samsung Account เดียวกันก็สามารถใช้งานฟีเจอร์เชื่อมต่อข้ามอุปกรณ์ได้ทันที
เช่น หากมีสายเรียกเข้าบนมือถือ เราสามารถกดรับสายผ่านแท็บเล็ตหรือนาฬิกาได้ทันที (ต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi เดียวกัน) นอกจากนั้นยังมีฟีเจอร์เสริมอื่น ๆ ที่น่าสนใจสำหรับการทำงานข้ามกันระหว่างอุปกรณ์โดยเฉพาะ ได้แก่

- Continue Apps : ใช้แอปฯ ข้ามอุปกรณ์ได้อย่างต่อเนื่อง เช่น เปิดเว็บไซต์ Samsung Internet หรือจดงานใน Samsung Notes บนมือถือ สามารถกดสลับมาทำต่อบน Galaxy Tab S12 Series ได้ทันที
- Clipboard : ฟีเจอร์คลิปบอร์ดซึ่งรองรับการแชร์ข้ามอุปกรณ์ Copy ข้อความหรือรูปภาพบนมือถือ แล้วมากดวางใน Samsung Notes บนแท็บเล็ตได้เลย (รองรับแค่หนึ่งรายการล่าสุด)
- Multi Control : ฟีเจอร์นี้จะเปิดทางให้เราใช้เมาส์, คีย์บอร์ด, ทัชแพดของแท็บเล็ตควบคุมการทำงานของมือถือ Samsung Galaxy ได้หลายเครื่องพร้อมกัน เช่น ลากไฟล์ข้ามเครื่อง หรือเลื่อนเมาส์ไปที่จอมือถือแล้วตอบแชทด้วยคีย์บอร์ดของแท็บเล็ต

- Samsung Notes : หากใช้งานโน้ตบน Galaxy Tab S12 Series พร้อมเชื่อมต่อกับมือถือ จะทำให้หน้าจอเป็นแถบเครื่องมือเสริมสำหรับเลือกหัวปากกากับเครื่องมือต่าง ๆ ช่วยให้แท็บเล็ตได้พื้นที่แสดงผลสำหรับจดหรือวาดรูปที่มากขึ้น (อารมณ์คล้าย Clip Studio Paint ที่ใช้มือถือเป็นแผงเครื่องมือ)
- Samsung Flow : ใช้ดึงหน้าจอมือถือมาอยู่บนจอแท็บเล็ตและควบคุมแบบไร้สายได้เลย เช่น กลับถึงบ้านแล้วชาร์จมือถือทิ้งไว้ชั้นล่าง แต่อยากเช็กข้อความหรือใช้ไฟล์ที่อยู่ในมือถือจากแท็บเล็ต (ใช้เชื่อมแท็บเล็ตกับโน้ตบุ๊ก Windows ได้ด้วย)
- Quick Share : ส่งไฟล์ข้ามอุปกรณ์ได้มากยิ่งขึ้น ได้แก่ Android แบรนด์อื่น และแชร์ไฟล์ไปให้ระบบอื่นอย่าง iPhone, iPad และ Mac

จุดเด่นที่ 8 – ประสิทธิภาพเร็วแรงด้วยชิป Dimensity 9500 และแบตเตอรี่ใช้งานยาวสะใจ
ทั้ง Galaxy Tab S12+ และ Galaxy Tab S12 Ultra ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9500 ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร อัปเกรดจากรุ่นก่อนทั้งความเร็วประมวลผลและการประหยัดพลังงาน
ไม่ว่าจะเป็นการทำพรีเซนเทชันบน Canva งานตัดต่อวิดีโอ 4K หรือเปิดแอปหลายหน้าจอ Multi-tasking ก็ทำได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด ตอบโจทย์คนที่ต้องทำคอนเทนต์หรือจัดการไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงบนแท็บเล็ตได้เป็นอย่างดี


สายเกมก็หายห่วง Galaxy Tab S12 Series ทั้งสองรุ่นสามารถปรับการตั้งค่ากราฟิกในระดับสูงสุดได้สบาย เช่น Genshin Impact, Zenless Zone Zero, PUBG Mobile เชื่อมต่อจอยคอนโทรลเลอร์ในเกมที่รองรับเพื่อใช้งานร่วมกันก็ได้ ลำโพงสเตอริโอ 4 ตัว (Quad Speaker) ให้มิติเสียงที่ลึกขึ้น กว้างขึ้น และกระหึ่มขึ้นกว่าเดิมด้วย <3
เรื่องความร้อนถ้าใช้งานเน้นประสิทธิภาพหนัก ๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ตัวเครื่องจะรู้สึกว่าอุ่นขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยที่ครั้งนี้ได้อัปเกรดระบบระบายความร้อนมาเป็น 3D Vapor Chamber ซึ่งช่วยควบคุมและกระจายความร้อนได้ดีขึ้น
- Galaxy Tab S12+ แบตเตอรี่ 10,600 mAh ชาร์จไว 45W
- Galaxy Tab S12 Ultra แบตเตอรี่ 11,600 mAh ชาร์จไว 45W

เทียบสเปค Samsung Galaxy Tab S12+ และ Galaxy Tab S12 Ultra
| รายละเอียด | Galaxy Tab S12+ | Galaxy Tab S12 Ultra |
| พาเนล | Dynamic AMOLED 2X | |
| ขนาด | 12.6 นิ้ว | 14.6 นิ้ว |
| ความละเอียด | 2800 x 1752 พิกเซล | 2960 x 1848 พิกเซล |
| อัตรารีเฟรช | 120Hz | |
| ความสว่างหน้าจอสูงสุด | 1600 นิต | |
| ชิปเซต | MediaTek Dimensity 9500 | |
| หน่วยความจำ | 12GB | |
| ความจุ | 256GB (รองรับ microSD Card สูงสุด 2TB) | 256GB / 512GB (รองรับ microSD Card สูงสุด 2TB) |
| ระบบปฏิบัติการ | One UI 9 บนพื้นฐาน Android 17 | |
| กล้องหลัก | 13MP (f/2.0) | |
| กล้องอัลตราไวด์ | – | 8MP (f/2.2) |
| กล้องหน้า | 12MP (f/2.2) | |
| ลำโพง | ลำโพงสเตอริโอ 4 ตัว | |
| เครือข่าย | 5G (เฉพาะรุ่น 5G) | |
| Wi-Fi | Wi-Fi 6e | Wi-Fi 7 |
| Bluetooth | 6.0 | |
| พอร์ต | USB-C 3.2 Gen 1 | |
| เซนเซอร์ | เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (Optical) | |
| ความจุ | 10,600mAh | 11,600mAh |
| ชาร์จผ่านสาย | 45W | |
| ทนน้ำทนฝุ่น | IP68 | |
| ขนาด | 187.8 x 289.5 x 5.3 มม. | 208.5 x 326.3 x 5.1 มม. |
| น้ำหนัก | 550 กรัม | 690 กรัม |
ราคาและการวางจำหน่ายพร้อมโปรโมชัน Galaxy Tab S12 Seried
Galaxy Tab S12+ มีให้เลือกทั้งรุ่น Wi-Fi และ 5G ในขณะที่รุ่นท็อปสุดอย่าง Galaxy Tab S12 Ultra ในไทยจะมีจำหน่ายเฉพาะรุ่น 5G เท่านั้น
| รุ่น | ตัวเลือกความจุ | ราคา |
| Galaxy Tab S12+ (Wi-Fi) | 12GB + 256GB | 41,900 บาท |
| Galaxy Tab S12+ (5G) | 12GB + 256GB | 46,900 บาท |
| Galaxy Tab S12 Ultra (5G) | 12GB + 256GB | 53,900 บาท |
| Galaxy Tab S12 Ultra (5G) | 12GB + 512GB | 59,900 บาท (Online Exclusive) |
โปรโมชันจนถึงวันที่ 8 พ.ย. 2026 สำหรับลูกค้าที่ซื้อ Galaxy Tab S12+ หรือ Galaxy Tab S12 Ultra ที่ Samsung Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการ
- รับฟรี Book Cover Keyboard Slim และปากกา S Pen
- ส่วนลดเพิ่ม 5,000 บาทเมื่อนำเครื่องเก่ารุ่นที่ร่วมรายการมาเทิร์น

Comment