fbpx
Android Device Preview

เปรียบเทียบสเปค Galaxy Z Fold 2 และ Galaxy Fold แตกต่างกันแค่ไหน มีอะไรพัฒนาขึ้นจากรุ่นก่อนบ้าง

เปิดตัวกันไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อคืนนี้สำหรับ Galaxy Z Fold 2 มือถือจอพับสุดล้ำยุคจาก Samsung ซึ่งก็ต้องบอกว่า นี่เป็นการเปิดตัวครั้งที่สองของมือถือรุ่นนี้ เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยเปิดตัวไปแล้วในงาน Galaxy UNPACKED 2020 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยในตอนนั้นจะยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับฟีเจอร์การใช้งาน รวมถึงสเปคแบบละเอียด ๆ ออกมา แต่ในตอนนี้ก็ได้ถูกเปิดเผยออกมาเรียบร้อยแล้ว ส่วน Galaxy Z Fold 2 จะมีอะไรเด็ด ๆ ที่พัฒนาขึ้นจาก Galaxy Fold รุ่นแรกบ้าง สามารถเข้ามาอ่านกันได้เลย

เปรียบเทียบสเปค Galaxy Z Fold 2 และ Galaxy Fold

สเปคGalaxy Z Fold 2Galaxy Fold
หน้าจอหลักDynamic AMOLED 2X ขนาด 7.6 นิ้ว
ความละเอียด 1768 x 2208 พิกเซล (~373 ppi)
สัดส่วน 22.5:18
HDR10+
อัตราการรีเฟรช 120Hz
Dynamic AMOLED ขนาด 7.3 นิ้ว
ความละเอียด 1536 x 2152 พิกเซล (~362 ppi)
สัดส่วน 4.2:3
HDR10+
หน้าจอด้านนอกsAMOLED ขนาด 6.23 นิ้ว
ความละเอียด 816 x 2260 พิกเซล (~386 ppi)
สัดส่วน 25:9
sAMOLED ขนาด 4.6 นิ้ว
ความละเอียด 720 x 1680 พิกเซล (~399 ppi)
สัดส่วน 21:9
ชิปเซ็ตQualcomm Snapdragon 865+Qualcomm Snapdragon 855
หน่วยความจำ256GB / 512GB UFS 3.1
RAM 12GB
512GB UFS 3.1
RAM 12GB
กล้องหลัก12 MP, f/1.8, 26 มม. (wide), 1/1.76 นิ้ว, 1.8µm, Dual Pixel PDAF, OIS
12 MP, f/2.4, 52 มม. (telephoto), 1/3.6 นิ้ว, 1.0µm, PDAF, OIS, ออปติคอลซูม 2 เท่า
12 MP, f/2.2, (ultrawide), 1/3.1 นิ้ว, 1.12µm
12 MP, f/1.5-2.4, 27 มม. (wide), 1/2.55 นิ้ว, 1.4µm, Dual Pixel PDAF, OIS
12 MP, f/2.4, 52 มม. (telephoto), 1/3.6 นิ้ว, 1.0µm, PDAF, OIS, ออปติคอลซูม 2 เท่า
16 MP, f/2.2, 12 มม. (ultrawide), 1/3.1 นิ้ว, 1.0µm
กล้องเซลฟี่10 MP, f/2.2, 26 มม. (wide), 1/3 นิ้ว, 1.22µm10 MP, f/2.2, 26 มม. (wide), 1/3 นิ้ว, 1.22µm
8 MP, f/1.9, 24 มม. (depth), 1.22µm
กล้องเซลฟี่ด้านนอก10 MP, f/2.2, 26 มม. (wide), 1/3 นิ้ว, 1.22µm10 MP, f/2.2, 26 มม. (wide), 1/3 นิ้ว, 1.22µm
ระบบเสียงสเตอริโอ
32-bit / 384 kHz
ปรับแต่งโดย AKG
สเตอริโอ
32-bit / 384 kHz
ปรับแต่งโดย AKG
การเชื่อมต่อLTE : 4×4 MIMO, 7CA, LAA, LTE Cat.20
5G : NSA, SA, Sub6/mmWave
Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
Bluetooth 5.0, A2DP, LE, aptX HD
A-GPS, GLONASS, GALILEO, BDS
NFC
USB Type-C 3.1 เจเนอเรชั่น 1
LTE : 2×2 MIMO, 6CA, LLA, LTE Cat.18
5G : NSA, Sub6
Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
Bluetooth 5.0, A2DP, LE, aptX HD
A-GPS, GLONASS, GALILEO, BDS
NFC
USB Type-C 3.1 เจเนอเรชั่น 1
เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างเครื่อง รวมกับปุ่มพาวเวอร์ด้านข้างเครื่อง
แบตเตอรี่4500 mAh
รองรับชาร์จไว 25W
รองรับชาร์จไวไร้สาย 11W
รองรับการชาร์จย้อนกลับไร้สาย 4.5W
4380 mAh
รองรับชาร์จไว 15W
รองรับชาร์จไวไร้สาย 15W
รองรับการชาร์จย้อนกลับไร้สาย 4.5W
ระบบปฏิบัติการOne UI 2.5 บน Android 10One UI 2.1 บน Android 10
ขนาดกางจอ : 159.2 x 128.2 x 6.9 มม.
พับจอ : 159.2 x 68 x 16.8 มม.
กางจอ : 160.9 x 117.9 x 6.9 มม.
พับจอ : 160.9 x 62.9 x 15.5 มม.
น้ำหนัก282 กรัม263 กรัม
ราคาตอนเปิดตัว69,900 บาท69,900 บาท


หน้าจอแสดงผล

จอด้านนอก

หน้าจอด้านนอกของ Galaxy Z Fold 2 เป็นสิ่งที่สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงได้ในทันที เพราะเห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่า มีขนาดใหญ่ขึ้นมาก จาก 4.6 นิ้ว เป็น 6.2.3 นิ้ว ขยายไปจนแทบจะเต็มขอบทั้ง 4 ด้านเลย  มีความหนาแน่นของพิกเซลต่อตารางนิ้วเท่ากับ 386 ppi ใกล้เคียงกับรุ่นเดิม และมีการปรับเปลี่ยนการวางกล้องเซลฟี่ไปยังรูบนหน้าจอ Infinity-O แทน ส่วนความละเอียดนั้นยังคงอยู่ที่ 10MP เช่นเดียวกับ Galaxy Fold


หน้าจอด้านนอกขยายใหญ่เต็มพื้นที่ บนสัดส่วน 25:9

จอด้านใน

เมื่อกางเครื่อง Galaxy Z Fold 2 ออกมา จะพบกับหน้าจอหลักที่ด้านใน ซึ่งก็มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นจากรุ่นก่อนเช่นเดียวกัน จาก 7.3 นิ้ว ขยับขึ้นนิดหน่อยเป็น 7.6 นิ้ว และรอยบากขนาดใหญ่ที่บริเวณมุมขวาบนพร้อมทั้งกล้องเซลฟี่คู่ 10MP + 8MP ถูกยกออกไปทั้งแถบ เหลือเพียงแค่กล้องเซลฟี่ความละเอียด 10MP ตัวเดียว โดยขนาดรูรับแสงจะอยู่ที่ f/2.2 และขนาดพิกเซล 1.22µm เท่ากับกล้องเซลฟี่ของหน้าจอด้านนอกเลย (และเหมือนกับ Galaxy Fold รุ่นเก่าด้วย)


ไม่มีอีกแล้วกับรอยบากอันแสนเกะกะ

จุดที่เปลี่ยนไปของหน้าจอหลัก นอกจากมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นแล้ว Samsung ยังได้อัปเกรดอัตราการรีเฟรชของหน้าจอให้สูงขึ้นจาก 60Hz เป็น 120Hz อีกด้วย เราสามารถสังเกตได้จากชื่อ Dynamic AMOLED ที่มีการเติมคำว่า 2X พ่วงท้ายเข้าไป ซึ่งสื่อถึงการที่สามารถแสดงผลได้ลื่นไหลขึ้นเป็นสองเท่านั่นเองครับ


หน้าจอหลักมีขนาดใหญ่ขึ้น ลดขอบและความโค้งมนลง แสดงผลได้เต็มตากว่าเดิม

บานพับหน้าจอ

บานพับของ Galaxy Fold รุ่นแรกทำได้เพียงแค่พับเข้าจนสุดและกางออกจนสุดเท่านั้น แต่สำหรับ Galaxy Z Fold 2 สามารถล็อกหน้าจอได้ถึง 3 ระดับ ได้แก่ 115°90° และ 75° ทำให้สามารถพลิกแพลงการใช้งานได้หลากหลายขึ้นด้วย Flex Mode ไม่ว่าจะเป็นการกางจอ 75° เพื่อดูวิดีโอจากจอเล็กด้านหน้า กางจอ 90° เพื่อถ่ายรูปโดยไม่ต้องพึ่งขาตั้ง หรือจะกางจอ 115° เพื่อใช้งานจอด้านในแบบโน้ตบุ๊คก็ได้


การใช้งาน Flex Mode แบบพับหน้าจอไว้ 115º

หน่วยประมวลผลและหน่วยความจำ

สำหรับชิปเซ็ตของ Glaxy Z Fold 2 นั้น ทาง Samsung จับยัด Snapdragon 865+ ที่เป็นชิปเซ็ตที่แรงที่สุดในปัจจุบันของ Qualcomm มาให้ ซึ่งหากเทียบกับ Snapdragon 855 ที่อยู่ใน Galaxy Fold แล้ว ทั้งคู่ต่างก็มาพร้อมกับชิปเซ็ตตัวท็อป ณ ช่วงเวลานั้น ๆ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไหร่นัก ส่วนหน่วยความจำของสมาร์ทโฟนจอพับทั้งสองรุ่นยังคงเป็น UFS 3.1 รวมทั้ง RAM ก็ขนาดเท่ากันที่ 12GB ด้วย 

 

กล้องหลัง

กล้องหลังของ Galaxy Z Fold 2 จะยังคงมีจำนวนอยู่ที่ 3 ตัวเท่าเดิม แต่จะมีการอัปเกรดสเปคของกล้องขึ้นมา เริ่มจากกล้องหลักความละเอียด 12MP ที่จะไม่สามารถปรับขนาดรูรับแสงได้แล้ว เพราะจะล็อกไว้ที่ f/1.8 เท่านั้น แต่จะมีขนาดเซ็นเซอร์ที่ใหญ่ขึ้นจาก 1/2.25 นิ้ว เป็น 1/1.76 นิ้ว อีกทั้งขนาดพิกเซลก็ใหญ่ขึ้นจาก 1.4µm เป็น 1.8µm ส่งผลให้กล้องของ Galaxy Z Fold 2 มีไดนามิกเรนจ์ที่กว้างกว่า จัดการกับนอยส์ได้ดีกว่า และรับแสงได้มากกว่า หากเทียบกับกล้องของ Galaxy Fold


กล้องหลังยังคงมีจำนวน 3 ตัวเท่าเดิม แต่ปรับสเปคเล็กน้อย

ถัดมา ทางด้านเลนส์ ultra-wide ก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน โดยลดความละเอียดลงมาเหลือ 12MP จากเดิม 16MP ส่วนรูรับแสง f/2.2 และองศาการรับภาพ 123 องศา จะไม่แตกต่างไปจาก Galaxy Fold ซึ่งยังไงตรงนี้เราคงต้องรอดูกันอีกทีว่า ลดความละเอียดลงแต่คุณภาพจะสูงขึ้นหรือไม่ ในขณะที่เลนส์ telephoto จะไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมเลย (เท่าที่ดูจากสเปค)


ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Galaxy Z Fold 2

การเชื่อมต่อ

ทั้งการเชื่อมต่อเครือข่าย LTE และ 5G ของ Galaxy Z Fold 2 มีได้รับการอัปเกรดขึ้นมาจาก Galaxy Fold อยู่อีกระดับหนึ่ง โดย LTE สามารถทำความเร็วดาวน์โหลดสูงสุด 2 Gbps จากเดิม 1.2 Gbps และความเร็วอัปโหลดสูงสุด 200 Mbps จากเดิม 150 Mbps นอกจากนี้การเชื่อมต่อ 5G ก็ครอบคลุมมากขึ้นกว่าเดิม รองรับทั้ง Non-Standalone (SA), Standalone (SA), Sub6/mmWave

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ตรงส่วนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสเปคภายในโดยตรงก็จริง แต่เป็นจุดที่น่าสนใจจึงอยากหยิบเอามาเล่า เพราะเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ Galaxy Fold นั้นจะอยู่ที่บริเวณด้านขวาของตัวเครื่อง แต่จะแยกออกจากปุ่มพาวเวอร์อย่างสิ้นเชิง ทำให้เปลืองพื้นที่บริเวณเฟรมเครื่องและการใช้งานดูซ้ำซ้อน แต่ในคราวนี้ Galaxy Z Fold 2 ได้จับเอาเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังลงไปรวมกับปุ่มพาวเวอร์อย่างที่ควรจะเป็นแล้ว


เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วปุ่มพาวเวอร์ถูกย้ายไปรวมกับปุ่มพาวเวอร์แล้ว

ระบบปฏิบัติการ

Galaxy Z Fold 2 จะมาพร้อมกับ One UI 2.5 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดบน Android 10 ตั้งแต่แกะออกจากกล่อง ส่วน Galaxy Fold ที่เป็นรุ่นเก่ากว่าจะมาพร้อมกับ One UI 2 บน Android 9 Pie แต่ในตอนนี้ก็ได้รับการอัปเดตเป็น One UI 2.5 บน Android 10 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นในภาพรวมของ OS ก็จะไม่มีอะไรแตกต่างกัน ส่วนพวกฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่อยู่บน Galaxy Z Fold 2 ก็ต้องมาลุ้นกันว่า Galaxy Fold จะได้รับอัปเดตเพิ่มความสามารถตามมาในภายหลังหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นต่างก็ได้รับการยืนยันจาก Samsung ว่า จะได้รับการอัปเดต OS ยาวนานถึง 3 เจเนอเรชั่น หมายความว่า Z Fold 2 จะไปจบที่ Android 13 และ Fold จะไปจบที่ Android 12 ใช้กันยาว ๆ คุ้ม ๆ ไปเลย


การันตีการอัปเดต OS ยาวนาน 3 เจเนอเรชั่น ทั้ง Galaxy Z Fold 2 และ Galaxy Fold

ขนาดและน้ำหนัก

เป็นเพราะ Galaxy Z Fold 2 มีการขยายหน้าจอทั้งด้านนอกและด้านในให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้แสดงผลได้อย่างเต็มตามากขึ้น ดังนั้น ทั้งขนาดและน้ำหนักของตัวเครื่องจะมากกว่า Galaxy Fold อยู่เล็กน้อย อย่างเลี่ยงไม่ได้ โดย Galaxy Z Fold 2 จะมีขนาดเมื่อกางออกอยู่ที่ 159.2 x 128.2 x 6.9 มม. และมีน้ำหนักตัวเครื่องเท่ากับ 282 กรัม ในขณะที่ Fold รุ่นแรกมีน้ำหนักอยู่ที่ 263 กรัม


ทั้งจอในและจอนอกมีขนาดใหญ่ขึ้น โมดูลกล้องเองก็เช่นกัน น้ำหนักของ Galaxy Z Fold 2 จึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

สรุป

จากการเปรียบเทียบสเปคในเบื้องต้นจะเห็นได้ว่า หลัก ๆ แล้ว Galaxy Z Fold 2 เป็นแค่การอัปเดตสเปคขึ้นมาให้ทันสมัยขึ้นเสียมากกว่า ที่เปลี่ยนแปลงและโดดเด่นจริง ๆ ก็คงจะเป็นในส่วนของหน้าจอแสดงผลด้านหน้าที่ใหญ่ขึ้นจนเต็มพื้นที่และหน้าจอหลักที่เพิ่มอัตราการรีเฟรชเป็น 120Hz ตามสมัยนิยม ส่วนที่เหลือนั้นไม่ได้มีอะไรหวือหวามาก โดยส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะสเปคของ Galaxy Fold เองก็ยังคงสูงอยู่ และยังใช้งานได้อีกยาว ๆ อยู่แล้วด้วย


ปรับปรุง UI การใช้งานให้เหมาะสมกับจอพับมากยิ่งขึ้น


พัฒนา UX การใช้งานให้ได้ประโยชน์ของจอพับสูงสุด

อย่างไรก็ดี ใครที่ได้รับชมเปิดตัวของ Galaxy Z Fold 2 แล้วก็น่าจะเข้าใจว่า จุดที่เป็นไฮไลท์จริง ๆ อยู่ตรงที่ Samsung ได้ทำให้ Fold เป็น Fold ที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นในรุ่นนี้ จุดอ่อนเรื่องบานพับและความทนทานของหน้าจอนั้นได้รับการยกระดับขึ้นจากรุ่นก่อน รวมถึงมีการปรับปรุงให้ใช้งานได้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยคราวนี้สามารถกางจอออกมาได้แล้วล็อกได้หลายระดับ ได้แก่ 115°, 90° และ 75° เพื่อใช้งานใน Flex Mode แบบพลิกแพลงได้หลากหลายขึ้น แตกต่างจาก Fold ที่ทำได้เพียงแค่กางจอออกสุดกับปิดสนิทเท่านั้น


แก้ไขจุดอ่อนใน Galaxy Fold เพื่อให้ Z Fold 2 เป็นมือถือจอพับที่ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ Samsung ยังได้พัฒนา UX/UI การใช้งานให้เหมาะสมกับหน้าจอที่พับได้ของ Galaxy Z Fold 2 มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการจับมือกับ Google และ Microsoft เพื่อเป็นพันธมิตรในการพัฒนาในส่วนนี้ร่วมกันด้วย ถ้าใครที่พลาดดูงานเปิดตัวของ Galaxy Z Fold 2 เมื่อคืนนี้ไปก็ไม่ต้องกังวล เพราะทาง DroidSans ได้สรุปแบบเข้าใจง่าย ๆ เอาไว้ให้แล้ว กดดูได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลย ↓

Leave a Reply

To Top