แม้ว่าจะเข้าสู่ช่วงปลายปี ซึ่งปกติเป็นฤดูกาลจับจ่ายใช้สอย แต่ Samsung Electronics กลับต้องรับมือกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อธุรกิจสมาร์ทโฟนเจอปัญหาระดับวิกฤต ยิ่งขาย ยิ่งไม่มีกำไร มีรายงานตรงกันว่า แผนก Mobile eXperience ของ Samsung ได้ส่งสัญญาณแจ้งไปยังพันธมิตรผู้ผลิตชิ้นส่วน เพื่อขอลดปริมาณการส่งมอบชิ้นส่วนลง 20% ถึง 30% ซึ่งเป็นการลดกำลังการผลิตที่มากกว่าที่นักวิเคราะห์ในตลาดคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าอย่างมาก
เปิดตัวเลขกำลังการผลิต จากเป้า 270 ล้าน เหลือเพียง 200 ล้านต้นๆ
ก่อนหน้านี้ สำนักวิจัยตลาดชั้นนำอย่าง IDC ได้เปิดเผยตัวเลขยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนของ Samsung ในช่วงครึ่งปีแรกไว้ดังนี้
- ไตรมาสที่ 1 : 62.4 ล้านเครื่อง
- ไตรมาสที่ 2 : 62.7 ล้านเครื่อง
- ไตรมาสที่ 3 (คาดการณ์) : 59 ล้านเครื่อง
- ไตรมาสที่ 4 (คาดการณ์เดิม) : 52 ล้านเครื่อง (ลดลงราว 12% จากไตรมาส 3)
โดยปกติแล้ว ไตรมาสที่ 4 มักจะเป็นช่วงที่ยอดผลิตและยอดขายของ Samsung ชะลอตัวลงเล็กน้อยอยู่แล้ว เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่เลือกที่จะชะลอการซื้อเพื่อรอเปิดตัวเรือธงรุ่นใหม่ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ประกอบกับช่วงฤดูเปิดเทอมและรับปริญญาซึ่งเป็นช่วงพีคของความต้องการสินค้าจะไปตกอยู่ในไตรมาสแรกของปีถัดไป
แต่รอบนี้ Samsung เลือกตัดสินใจลดการผลิตลงมากกว่าปกติ เดิมทีบริษัทคาดหวังว่ายอดผลิตทั้งปีจะแตะระดับ 270 ล้านเครื่อง โดยได้แรงหนุนจากสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้รุ่นใหม่อย่าง Galaxy Z Fold8 แต่เมื่อต้องหั่นกำลังผลิตในไตรมาส 4 ลงถึง 30% คาดว่าจะทำให้ยอดผลิตรวมทั้งปี 2026 เหลือเพียง 200 ล้านเครื่องต้นๆ เท่านั้น
พิษ RAM พุ่ง 175% จากกระแส AI
ต้นตอสำคัญที่ทำให้ Samsung ต้องใช้กลยุทธ์ลดปริมาณเพื่อคุมการขาดทุน ไม่ได้เกิดจากสินค้าขายไม่ได้ แต่เกิดจาก ต้นทุนชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์และหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ข้อมูลจากสถาบันวิจัยตลาดเซมิคอนดักเตอร์ TrendForce ระบุว่า
- ราคา LPDDR5X พุ่งกระฉูด : ชิปหน่วยความจำประหยัดพลังงานความเร็วสูงสำหรับสมาร์ทโฟน (LPDDR5X) ขนาด 12GB ในไตรมาสที่ 2 มีราคาซื้อขายสูงถึง $145 – $146 ต่อชิ้น (ราว 5,000 บาท)
- ปรับขึ้น 175% ในปีเดียว : เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ราคาชิปตัวนี้ปรับตัวสูงขึ้นถึง 175%
- แรงกระแทกจากอุตสาหกรรม AI : สาเหตุหลักมาจาก Data Centers และอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์กว้านซื้อชิปหน่วยความจำในตลาดไปเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้อุปทานฝั่งสมาร์ทโฟนตึงตัวอย่างหนัก
- แนวโน้มไตรมาส 3 ยังไม่แผ่ว : คาดว่าราคา RAM สมาร์ทโฟนในไตรมาสที่ 3 จะปรับขึ้นอีกราว 20% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งอาจดันราคาไปแตะระดับ $180 ต่อชิ้น (ราว 6,500 บาท)
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรม IT ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า ด้วยราคาหน่วยความจำและเซมิคอนดักเตอร์ที่พุ่งสูงขนาดนี้ สมาร์ทโฟนของ Samsung ในปัจจุบันแทบจะไม่ได้กำไรเลยแม้แต่บาทเดียวเมื่อขายออกไป การลดกำลังผลิตลงจึงเป็นทางเลือกเดียวที่จะช่วยพยุงภาพรวมกำไรของบริษัทไม่ให้ทรุดหนักไปกว่านี้
ส่องผลประกอบการ Q3 2026
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 ทาง Samsung Electronics ได้ประกาศ ประมาณการณ์ผลประกอบการ สำหรับไตรมาสที่ 3 ปี 2026 อย่างเป็นทางการ ดังนี้
- รายได้รวม : ประมาณ 195 ล้านล้านวอน (กรอบ 194 – 196 ล้านล้านวอน)
- กำไรจากการดำเนินงานรวม : สูงถึงประมาณ 107.40 ล้านล้านวอน (กรอบ 107.3 – 107.5 ล้านล้านวอน) เพิ่มขึ้นกว่า 782% เมื่อเทียบกับปีก่อน
โดยนี่เป็นเพียงตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการโดยรวม และยังไม่ได้เผยข้อมูลฉบับเต็มออกมาทุกแผนก
ยอดขายรวมปัง แต่แผนกมือถือขาดทุน
โดยทางนักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินและบริษัทหลักทรพย์ คาดการณ์ว่า แผนกชิปและเซมิคอนดักเตอร์ จะกวาดกำไรสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากการขายชิป AI และชิปหน่วยความจำที่ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก กลับกัน แผนกมือถือ อาจ ขาดทุนจากการดำเนินงานสูงถึง 19 ล้านล้านวอน ในไตรมาสนี้
ทั้งนี้ ในไตรมาส 2 ปี 2026 ธุรกิจมือถือและเครือข่าย ขาดทุนจากการดำเนินงานที่ 0.7 ล้านล้านวอน
ที่มา : news.samsung, mt.co.kr

Comment