Qualcomm เปิดตัวชิปเรือธงรุ่นใหม่ของค่าย Snapdragon 8 Gen 2 ที่ยกระดับความแรงและฟีเจอร์ต่าง ๆ ให้เหนือกว่ารุ่นเดิมอย่างมาก ทั้งความเร็วที่เค้าเคลมว่า CPU เร็วขึ้นถึง 35% ทั้งนี้ไม่ได้เร็วอย่างเดียว แต่ยังจะประหยัดพลังงานมากขึ้นถึง 40% ทำให้มือถืออยู่ได้นานจากการชาร์จ นอกจากนี้ยังยกเครื่องทั้ง GPU ที่รองรับ Ray Tracing, การเชื่อมต่อ Wi-Fi 7, และตัวประมวล AI ที่ดีขึ้นกว่าเดิม พร้อมช่วยเรื่องการถ่ายภาพและอื่น ๆ อีกมากมาย

CPU และ GPU

Snapdragon 8 Gen 2 performance speed

คราวนี้ทางแบรนด์ก็มุ่งเน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน แต่ก็ยังคงเพิ่มความแรงในการประมวลผลของชิปไปได้มากยิ่งขึ้น จากข้อมูลระบุว่าชิปตัวใหม่มีความเร็วมากขึ้น 35% โดยยังสามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้นถึง 40%

และถึงแม้ค่าความเร็วสัญญาณนาฬิกาภายในยังมีเท่า 8+ Gen 1 แต่ว่าแกนข้างในใช้ตัวใหม่ ใช้ Kryo Prime core (สร้างบนฐาน Cortex-X3) @ 3.2GHz (หรือ 3.1872GHz) ที่จะเป็นตัวคอยชูโรงการประมวลผลให้เร็วยิ่งขึ้น ส่วนแกนอื่นรอบนี้ให้มา 4 แกน เพื่อที่จะได้ช่วยประมวลพวกงาน multi-threaded ได้มากขึ้น ซึ่งแกนเหล่านี้มีความเร็ว @ 2.8GHz ส่วนแกนที่เหลืออีก 3 แกนเป็นแกน Efficiency @ 2.0GHz

Snapdragon 8 Gen 2 รองรับความเร็ว Memory ที่สูงขึ้น อย่าง RAM LP-DDR5X ที่มีค่าบัสสูงสุด 4200MHz (เดิม LP-DDR5 @ 3,200MHz) และรองรับประเภทหน่วยความจำ UFS 4.0 (เดิม UFS 3.1)

ในเรื่องการประมวลผลภาพก็อัปเกรดให้เร็วขึ้นมาก โดยเคลมว่า GPU แรงขึ้น 25% และประหยัดไฟมากขึ้น 45%  รองรับ Vulkan 1.3 และ OpenGL ES 3.2 แถมได้นำระบบ Hardware Accelerated Ray Tracing มาใช้ ทำให้มือถือแอนดรอยด์เรือธงรุ่นใหม่ ๆ จะรองรับการประมวลแสงสี ray tracing ได้ เหลือก็แต่ผู้พัฒนาเกมว่าจะริเริ่มการพัฒนาเกมกราฟิกระดับเทพขนาดนั้นกันตอนไหน

SD 8 Gen 2 รองรับการประมวลภาพหน้าจอความละเอียดระดับ QHD+@144Hz และ 4K@60Hz และยังรองรับการเชื่อมต่อขึ้นจอนอก 4K@50 ด้วย (10-bit Rec. 2020 color gamut, HDR10+ และ Dolby Vision) นอกจากนี้ยังใส่ตัว AV1 video decoding สำหรับวิดีโอ 8K 60fps HDR ด้วย

กล้องถ่ายภาพและวิดีโอ

Snapdragon 8 Gen 2 ISP

Qualcomm ได้ระบุไว้ว่าได้มีการ optimize เซนเซอร์ Sony ที่มี Digital Overlap HDR (DOL-HDR) และเซนเซอร์ Samsung 200MP HP3 ให้ทำงานกับ Snapdragon ISP ได้อย่างราบลื่น และได้นำ 18-bit ISP มาใส่ถึง 3 ตัว ทำให้รองรับกล้อง 36MP ได้ถึง 3 ตัวพร้อมกัน (30fps)  หรือจะนำไปประมวลภาพกล้อง 200MP ได้ 1 ตัว และสามารถประมวลภาพกล้อง 108MP ได้แบบถ่ายแล้วได้ภาพเลยทันที ไม่มี Shutter Lag

สำหรับการถ่ายวิดีโอ ชิปตัวนี้รองรับการถ่ายระดับ 8K HDR@30fps และถ่ายภาพ 64MP ไปพร้อมกันได้, ถ่ายวิดีโอ 4K@120fps, และถ่าย Slow-motion 720p@960fps และยังมีความสามารถประมวล HDR ได้หลายประเภท ทั้ง HDR10+, HLG และ Dolby Vision แถมด้วยความที่ใช้ DOL sensors ทำให้จับ exposure ได้ถึง 4 ระดับในแต่ละเฟรมของวิดีโอด้วย

การเชื่อมต่อ

Snapdragon 8 Gen 2 Wifi 7

Snapdragon 8 Gen 2 ใช้โมเด็มตัวใหม่ Snapdragon X70 รองรับเครือข่าย 5G แบบ mmWave และ sub-6GHz มีค่า Downlink สูงสุด 10Gbps และ uplink สูงสุด 3.5Gbps (เหมือนรุ่นก่อน)

โมเด็มตัวใหม่นี้รองรับซิมคู่ Dual-SIM แบบ Dual-Active (DSDA) ที่ทำให้ใช้สองซิมได้พร้อมกันทั้งแบบ 5G+5G และ 5G+4G

นอกจากนี้ SD8 Gen 2 มีระบบ FastConnect 78000 ที่ทำให้สามารถรองรับ Wi-Fi 7 (802.11be) ที่ตอนนี้ยังไม่ได้เปิดตัว มีความเร็วสูงสุด 5.8Gbps (รุ่นก่อน 3.6Gbps) ซึ่งมาตรฐานใหม่นี้ช่วยลดค่า latency ด้วย (Qualcomm เรียกว่า wire-like)

โดยสามารถรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.3 สามารถส่ง lossless music 48kHz แถมยังมีค่า latency ต่ำลงไปถึง 48ms เหมาะสำหรับสายเกมด้วย

ส่วนการเชื่อมต่อผ่านสายก็ไม่มีอะไรมาก รองรับ USB 3.1 กับมาตรฐานการชาร์จ Quick Charge 5 ซึ่งก็คือระบบ USB-PD มาปรับอะไรนิดหน่อยแค่นั้นเอง

ตัวประมวลผล AI

Snapdragon 8 Gen 2 AI

ตัวประมวลผล Hexagon processor แบบใหม่นำระบบ INT4 มาใช้เป็นครั้งแรกในชิป Qualcomm ที่ทำให้ประสิทธิภาพประมวลผลต่อวัตต์แรงขึ้น 60% เมื่อเทียบกับรุ่นเก่า และมีความเร็วในการประมวลมากขึ้น 4.35 เท่า ซึ่งส่วนนี้จะมาช่วยเรื่องการถ่ายภาพ เช่นสามารถตรวจจับใบหน้า เส้นผม เสื้อผ้า หรือภาพพื้นหลัง เพื่อที่จะได้จัดการแต่งภาพที่ถ่ายออกมาได้สมบูรณ์ที่สุดครับ

Qualcomm ก็ได้ประกาศมาแล้ว ว่าจะมีค่ายมือถือหลายค่ายที่ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 2 ซึ่งก็มีมี Asus ROG, Honor, iQOO, Motorola, nubia, OnePlus, Oppo, Red Magic, Sharp, Sony, vivo, Xiaomi, Meizu และ ZTE ดังนั้นไม่ว่ายังไงก็ต้องใช้เจอกันแน่นอนอยู่แล้ว โดยมือถือรุ่นแรกจะออกมาก่อนสิ้นปี 2022 ครับ

 

เผยคะแนนทดสอบ Snapdragon 8 Gen 2 เทียบกับ SD 8+ Gen 1 และ 8 Gen 1 แรงแค่ไหน

 

ที่มา : qualcommgsmarena