ปกติเราจะคุ้นเคยกับเหล่า Ad หรือโฆษณาบนพวกแอปฟรี เกมฟรี หรือบริการฟรีอะไรประเภทนี้เท่านั้น…ใครจะไปคิดว่าการตลาดแบบนี้จะเอามาใช้กับสินค้าที่เป็นฮาร์ดแวร์ได้ด้วย? โดยล่าสุดค่ายทีวีน้องใหม่ Telly ได้ออกมาทำการตลาดแบบไม่เหมือนใคร ด้วยการให้ลูกค้าลงทะเบียนรับสมาร์ททีวีจอคู่ขนาด 55 นิ้ว ความละเอียด 4K HDR พร้อมซาวด์บาร์ในตัว เอาไปดูได้ฟรี ๆ ที่บ้าน! แต่ต้องแลกกับโฆษณาที่จะโผล่อยู่ตรงแถบหน้าจอด้านล่างตลอดการใช้งาน

Telly เป็นบริษัททีวีน้องใหม่ที่พึ่งเข้าสู่วงการสมาร์ททีวี ซึ่งมีการตลาดที่แปลกใหม่ไม่เหมือนค่ายอื่น ๆ เพราะไม่ได้ขายสินค้าแบบรับเงินสด แต่จะให้ลูกค้าลงทะเบียนเพื่อรับสมาร์ททีวีไปดูที่บ้านแบบฟรี ๆ ไม่เสียเงินซักแดง

สมาร์ททีวีจาก Telly ก็ไม่ใช่กระจอกงอกง่อยซะด้วยนะ เพราะมีขนาดใหญ่ถึง 55 นิ้ว ความละเอียดระดับ 4K HDR มีเว็บแคมในตัวสำหรับใช้วิดีโอคอลล์หรือเล่นเกม (มีฝาปิดเพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว) แถมยังมีซาวด์บาร์ในตัวเพิ่มความกระหึ่ม

ส่วนระบบปฏิบัติการเป็น TellyOS ที่เน้นการดูทีวีช่องทั่วไปก็เลยไม่รองรับแอปสตรีมมิ่งอย่าง Netflix, Disney+ อะไรแบบนี้ แต่ไม่ต้องห่วง เพราะว่าในกล่องจะแถม Android TV Dongle ระดับ 4K มาด้วย 

ทีนี้หลาย ๆ คนน่าจะสงสัยกันแล้วว่าทำไมมันถึงเป็น “สมาร์ททีวีจอคู่” โดยรูปร่างหน้าตาของ Telly จะมีหน้าจอทีวีหลักขนาด 55 นิ้ว ถัดลงมาเป็นซาวด์บาร์ และถัดลงจากซาวด์บาร์จะเป็นหน้าจอที่ 2 เป็นแถบยาวพอดีกับหน้าจอหลัก ซึ่งตรงหน้าจอนี้แหละที่จะมีพวกโฆษณาต่าง ๆ เด้งขึ้นมาตลอดเวลาที่เราใช้งาน แต่จะไม่ได้โชว์ Ad ทั้งแถบเลยนะครับ เพราะจะแบ่งเป็นพวกข้อมูลอื่น ๆ ด้วย เช่น ข้อมูลของรายการทีวีที่เราดูอยู่ ข้อมูลสภาพอากาศ ดัชนีหุ้น ส่วนโฆษณาก็จะอยู่ที่ฝั่งขวาสุด

หากใครที่รับเครื่องมาแล้วแต่ดันไม่อยากให้ Telly เก็บข้อมูลส่วนตัว (เช่นพฤติกรรมการดูทีวี) หรือไม่อยากเห็นโฆษณาก็จะต้องส่งเครื่องคืนให้กับบริษัท หรือถ้าไม่คืนทาง Telly ก็จะหักเงินค่าทีวีจากบัตรเครดิตที่ใช้ลงทะเบียนเป็นจำนวน 500 ดอลลาร์ หรือราว ๆ 17,000 บาท ซึ่งก็คือการซื้อขาดไปเลยนั่นเอง

มีเกมให้เล่นกับเว็บแคมด้วย

เห็นแบบนี้แล้วคิดว่าคุ้มค่ากันรึเปล่า? สำหรับสมาร์ททีวีจอใหญ่ความละเอียด 4K ที่เอามาใช้ได้ฟรี ๆ แต่ต้องแลกกับการดูโฆษณาที่เด้งขึ้นมาตรงจอด้านล่างตลอดเวลา…ส่วนตัวผมว่าก็ดแเคอยู่นะ เพราะอย่างน้อยโฆษณาก็เป็นแค่ช่องเล็ก ๆ มุมขวาล่างที่ไม่มีเสียงรบกวนอะไร ก็ไม่แน่ว่าถ้าการตลาดแบบนี้เกิดเข้าท่าขึ้นมา ค่ายทีวีอื่น ๆ อาจทำตามบ้างก็ได้นะ

 

ที่มา : FreeTelly, 9to5Google