fbpx
News

TIDAL เปิดตัวแพ็กเกจ “Free” ฟังเพลงฟรีแบบมีโฆษณาคั่น – พร้อมอัปเกรดแผน Premium ฟังเพลงคุณภาพสูงขึ้นในราคาเท่าเดิม

TIDAL ผู้ให้บริการตรีมเพลงชื่อดัง ประกาศเปิดตัวแผนบริการใหม่ในแพ็กเกจ “Free” เพื่อท้าชนกับ Spotify และ YouTube Music ผู้ใช้งานสามารถฟังเพลงบนแพลตฟอร์มได้ฟรี ซึ่งตอนนี้มีจำนวนกว่า 80 ล้านเพลงแล้ว แต่ข้อจำกัดคือ มีโฆษณาคั่นและถูกจำกัดจำนวนครั้งในการกดข้ามเพลง ส่วนแพ็กเกจเก่าอย่าง Premium และ HiFi ยังอยู่ ราคาเท่าเดิม แต่เปลี่ยนชื่อเป็น “HiFi” และ “HiFi Plus” ตามลำดับ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น

แพ็กเกจ Free สามารถฟังเพลงได้สูงสุดที่ 160 kbps ตามฟอร์แมต ACC ซึ่งเป็นระดับเดียวกับคู่แข่งรายอื่น ๆ ส่วนแพ็กเกจ HiFi นอกจากได้รับการเปลี่ยนชื่อแล้ว สิทธิพิเศษเองก็มีการปรับปรุงเช่นกัน โดยอัปเกรดความละเอียดเพลงสูงสุดเป็นระดับ FLAC ที่ 1,411 kpbs เทียบเท่ากับซีดีเพลงต้นฉบับ จากเดิมที่ถูกล็อกไว้ 320 kbps

ในขณะที่ HiFI Plus แพ็กเกจท็อปสุดยังได้รับฟีเจอร์เอกซ์คลูซีฟเหมือนเดิม ทั้งโคเดค MQA, เทคโนโลยี Dolby Atmos และ ฟอร์แมต Sony 360 Reality Audio พร้อมทั้งของใหม่ที่น่าสนใจ คือ Direct Artist Payouts และ Fan-Centered Royalties โดยศิลปินที่เรากดเข้าไปฟังเพลงมากที่สุดในแต่ละเดือนจะได้รับโบนัสพิเศษเป็นจำนวน 10% จากค่าบริการที่จ่ายอยู่ และปรับรูปแบบส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ให้มีความเป็นธรรมกว่าเดิม ยิ่งแฟน ๆ กดฟังเพลงมากเท่าไหร่ ศิลปินยิ่งได้รับส่วนแบ่งมากขึ้นโดยตรง

Free

  • แพ็กเกจใหม่ ใช้งานได้ฟรี
  • ฟังได้ทุกเพลงบนแพลตฟอร์ม
  • ความละเอียดสูงสุดระดับ ACC ที่ 160 kbps
  • มีโฆษณาคั่น
  • จำกัดจำนวนครั้งในการข้ามเพลง

HiFi

  • เปลี่ยนชื่อจากแพ็กเกจ Premium เดิม
  • ค่าบริการ 9.99 เหรียญต่อเดือน (ของไทยอยู่ที่ 129 บาทต่อเดือน)
  • ความละเอียดสูงสุดระดับ FLAC ที่ 1,411 kbps
  • ดาวน์โหลดเพลงไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้

HiFI Plus

  • เปลี่ยนชื่อจากแพ็กเกจ HiFi เดิม
  • ค่าบริการ 19.99 เหรียญต่อเดือน (ของไทยอยู่ที่ 258 บาทต่อเดือน)
  • ความละเอียดสูงสุดระดับ Hi-Res ที่ 9,216 kbps
    – รองรับโคเดค MQA
    – รองรับเทคโนโลยี Dolby Atmos
    – รองรับฟอร์แมต Sony 360 Reality Audio
  • ดาวน์โหลดเพลงไว้ฟังแบบออฟไลน์ได้
  • Direct Artist Payouts แบ่ง 10% ของค่าบริการที่จ่ายตามปกติให้แก่ศิลปินที่เราฟังเพลงสูงสุดในแต่ละเดือน
  • Fan-Centered Royalties ปรับวิธีการจ่ายส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ตามจำนวนครั้งในการฟังเพลงโดยตรง สร้างโอกาสเพิ่มรายได้ให้แก่ศิลปิน

ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของ TIDAL ตอนนี้ยังมีผลแค่สหรัฐฯ เท่านั้น ส่วนประเทศอื่น ๆ ยังไม่มีการประกาศ

Leave a Reply

To Top