fbpx
PR News

บอกเล่าประสบการณ์ใช้งาน True 5G หลังขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Top 20 จากการจัดอันดับผู้ให้บริการ 5G ทั่วโลกของ OpenSignal

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงนี้กระแสการใช้งาน 5G ถือว่ามาแรงแบบสุด ๆ สมาร์ทโฟนที่เปิดตัวในพักหลัง ๆ ต่างมาพร้อมกับความสามารถในการใช้งานเชื่อมต่อโครงข่ายนี้ด้วยกันทั้งสิ้น วันนี้ทีมงาน DroidSans เลยขอมาบอกเล่าประสบการณ์ใช้งาน 5G ของ TrueMove H หรือที่รู้จักกันในชื่อของ True5G  ซึ่งหลังจากเมื่อไม่นานมานี้ เครือข่ายทรูมูฟ เอช เพิ่งติด Top 20 ของทั่วโลกจากการจัดอันดับผู้นำ 5G ของเว็บเก็บสถิติชื่อดังอย่าง OpenSignal ที่เก็บสถิติข้อมูลระบบเครือข่ายมือถือจากการสำรวจข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้ทั่วโลก ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ต้นปีนี้ ถึง 29 มิถุนายน 2021

ปัจจุบัน สัญญาณ True5G ถือว่าครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย เรียกได้ว่าเกือบ 100% แล้ว เว้นแต่บางหมู่บ้าน ในบางจังหวัดที่ห่างไกลเท่านั้น แต่หากนับเฉพาะหัวเมืองใหญ่ ๆ ก็ครอบคลุม 98% อย่าง กรุงเทพฯ หรือเมืองท่องเที่ยว อาทิ เชียงใหม่ ชลบุรี ภูเก็ต ฯลฯ ก็ต้องบอกว่าตอนนี้ True 5G ไปถึงเรียบร้อยแล้ว ทำให้ความ Continuity หรือความต่อเนื่องในการใช้งานของลูกค้าไม่มีสะดุด แม้ในขณะเดินทาง ส่วนในด้านประสบการณ์ใช้งาน True 5G ทั่วไป ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันผมอยู่แต่ในห้อง WFH ไม่ค่อยออกไปไหน มีมากสุดคือออกไปร้านกาแฟ ซึ่งส่วนมากใช้ WiFi ร้านเอา นาน ๆ จะสลับมาใช้ HotSpot ของสมาร์ทโฟนที่ใช้เป็น 5G แทน

โดยถ้าอยู่ในตัวเมือง ยังไม่เคยหลุดไป 4G LTE นะ ขึ้น 5G ตลอด ทว่าตรงนี้หากเพื่อน ๆ คนไหนอยู่แถวชานเมือง อาจจะเจอสลับไป 4G LTE บ้าง แต่ความเร็วยังไม่ลดลงไปเยอะเท่าไหร่ ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้งานได้เหมือนเดิม แชร์ HotSpot ทำงาน แก้ไข พิมพ์ หรือกด Publish บทความลงเว็บได้ตามปกติ คลับคล้ายคลับคลาว่าจำได้ว่า 5G ในไทยเพิ่งเปิดใช้งานได้ไม่นาน เพิ่งปีที่แล้วเอง แต่น่ายินดีเพราะผู้ให้บริการบ้านเรา (ไม่ใช่แค่ TrueMove H) ตื่นตัวกันอย่างหนักในการขยายโครงข่าย 5G จนได้เป็น 5G Leaders ในระดับเดียวกับโอเปอเรเตอร์ 5G ชั้นนำทั่วโลก

จากประสบการณ์ใช้งานโดยรวม เราคิดว่าตรงและสะท้อนผลสำรวจของ Opensignal ที่ TrueMoveH พุ่งขึ้นมาติด Top 20 ผู้นำ 5G ระดับโลกด้านการใช้งาน 5G ด้วยเปอร์เซ็นต์การเชื่อมต่อ 5G ที่ 22.1% (ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 11.2%) ซึ่งก็อาจจะมีส่วนที่ช่วยผลักดันให้เปอร์เซ็นต์การเชื่อมต่อ 5G ของประเทศไทยสูงขึ้นไปติดอันดับโลกเลยด้วยก็เป็นได้

การเอาไปดูหนังหรือซีรีส์บน Netflix อันนี้ผมยังไม่เจอกับปัญหาอะไรนะ นาน ๆ มาก (เคยแว๊บนึง) จะเจอกับภาพเบลอ ๆ ในช่วงต้นเรื่อง แต่ใช้งานปกติไม่มีอะไรขัดข้อง ดู YouTube หรือ Live Streaming บนตัว YouTube ก็ไม่มีสะดุดอะไร ในแง่ของการเล่นเกม จากที่ได้ลองมา ทั้งเกม RoV, PUBG หรือ Genshin Impact แทบจะไม่เห็นถึงความแตกต่างเวลาต่อเล่นกับ WiFi ที่บ้านเลย แต่หากฝนตก หรือพายุเข้า อันนี้ PING อาจจะเยอะหน่อย ไม่ค่อยแนะนำให้เล่นตอนฝนตกเท่าไหร่ ส่วนตัวในเรื่องเกม ผมว่าให้ประสบการณ์ดีเลยทีเดียว นอกจากนี้ True ยังมีบริการ True 5G Cloud Gaming https://5g.truemoveh.com/th/cloudgame ให้เล่นเกมกันด้วย

และก็เป็นที่น่ายินดีสำหรับประเทศไทยด้วย ที่เครือข่าย 5G ของบริษัทไทยอย่าง TrueMoveH ก้าวขึ้นมาติดถึงอันดับ 3 ของโลกในเรื่องของประสบการณ์การเล่นเกมบนเครือข่ายทรู 5G ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับการใช้ผ่าน 4G ด้วยคะแนนที่เพิ่มขึ้นถึง 37.1% นอกจากนี้ยังมีรางวัลอื่น ๆ ทั้ง Frost&Sullivan ระดับ Asia Pacific และจาก nPerf ตอกย้ำถึงความเป็นหนึ่งในผู้นำเครือข่ายอัจฉริยะที่เร็วแรง และครอบคลุม ตอบโจทย์การใช้งานในคนยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง

สรุปการใช้งาน True 5G หากเพื่อน ๆ อาศัยอยู่บริเวณกรุงเทพฯ หรือหัวเมืองใหญ่ ๆ ล่ะก็ True5G ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ แต่หากอยู่ต่างจังหวัด ตรงนี้ให้ลองไปเช็คการครอบคลุมของสัญญาณบริการที่ https://5g.truemoveh.com/th/coverage ดั่งรูปที่ผมโชว์ไปด้านบนได้เลยครับ

ปิดท้ายที่การจัดอันดับ 5G Availability หรือการให้บริการ 5G ของโอเปอร์เรเตอร์ของแต่ละประเทศนะครับ โดยในส่วนนี้ประเทศไทยของเราถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศท็อป ๆ มี 5G ครอบคลุมแล้วถึง 18.3% ต่อประชากรทั่วประเทศ หรือคิดง่าย ๆ คือ ทุก ๆ 100 คน จะมีคนไทย 18 – 19 คน ที่สามารถเข้าถึงความเร็วสปีดทั้งอัปโหลดและดาวน์โหลดของ 5G นั่นเอง (นับรวมทั้งของ AIS, TrueMove H และ dtac)

 

 

Leave a Reply

To Top