News

IDC รายงานตลาดอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable) ไตรมาส 3/2018 ยังมีอนาคต หลังเติบโต 21.7% จากปีที่แล้ว

รายงานของทาง IDC เผยว่ายอดขายอุปกรณ์ Wearable ประจำไตรมาส 3/2018 นั้นอยู่ที่ 32 ล้านเครื่อง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 21.7% ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เพิ่มขึ้นอย่างหนึ่งคือการออกสินค้าใหม่ในกลุ่มของ Wearable จากแบรนด์อย่าง Fibit, Garmin, Huawei อีกปัจจัยมาจากความต้องการของอุปกรณ์อย่าง Smart Band ซึ่งมีฟีเจอร์ต่างๆเพิ่มมากขึ้นจนทำให้เส้นแบ่งระหว่าง Wearable กับ Smartwatch นั้นไม่ห่างกันมากแล้ว

แบรนด์ยอดขาย Q3 2018 (เครื่อง)ส่วนแบ่งทางการตลาดQ3 2018  ยอดขาย Q3 2017 (เครื่อง)ส่วนแบ่งทางการตลาดQ3 2017 % การเติบโตประจำปี
Xiaomi6.9 ล้านเครื่อง21.5%3.6 ล้านเครื่อง13.7%90.9%
Apple4.2 ล้านเครื่อง13.1%2.7 ล้านเครื่อง10.3%54%
Fitbit3.5 ล้านเครื่อง10.9%3.6 ล้านเครื่อง13.7%-3.1%
Huawei1.9 ล้านเครื่อง5.9%1.6 ล้านเครื่อง6%20.3%
Samsung1.8 ล้านเครื่อง5.6%0.9 ล้านเครื่อง3.6%91%
Other13.7 ล้านเครื่อง43%13.8 ล้านเครื่อง52.7%-0.8%
รวมทั้งหมด32 ล้านเครื่อง100%26.3 ล้านเครื่อง100%21.7%

ซึ่ง Xiaomi นั้นเอาที่ 1 ไปครองจากความสำเร็จของ Mi Band 3 โดยปกติยอดขายสินค้าของ Xiaomi ในประเทศจีนจะอยู่ที่มากกว่า 80% แต่สำหรับ Mi Band 3 นั้นมียอดขายในประเทศอยู่ที่ 61% ส่วนที่เหลือคือในตลาดต่างประเทศอย่างอินเดีย, ยุโรป, ตะวันออกกลางและแอฟริกา

Apple ก็เป็นอีกแบรนด์ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นจาก 2.7 ล้านเครื่อง เป็น 4.2 ล้านเครื่อง มาจาก Apple Watch Series 4 แต่อีกส่วนมากจากที่รุ่นเก่าๆก็ได้รับ Watch OS เวอร์ชั่นล่าสุดด้วยเช่นกันเลยเป็นที่ต้องการด้วยเช่นกัน

Fitbit นั้นพยายามเข้ามาในตลาดคนรักสุขภาพ ด้วยการแยกทำให้ตัวเองต่างจากแบรนด์ Wearable อื่นๆ ด้าน Samsung และ Huawei ยอดขายก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดย Samsung นั้นทำขายอุปกรณ์ Wearable ได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากช่วงไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว Samsung นั้นไม่ได้มีแค่ Galaxy Watch เท่านั้นแต่ยังรวมถึงรุ่นเก่า Gear S3 และกลุ่ม Gear Sport ซึ่งเป็นรุ่นเก่าข้ามปีก็ยังขายได้ดีเช่นกัน

ตอนนี้การแข่งขันจะสูงขึ้นเพราะช่วงเทศกาลในไตรมาสสุดท้ายนั้นเริ่มมาแล้ว ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างตลาดพรีเมี่ยมในสหรัฐอเมริกากับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ที่มาราคาสบายกระเป๋าในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งตัวเลขในไตรมาสสุดท้ายของปีจะเป็นอย่างไรก็ต้องรอติดตากันอีกที

 

ที่มา: GSMArena

Leave a Reply

To Top