Microsoft เตรียมเพิ่ม Windows Age API ให้ Windows 11 สามารถตรวจสอบช่วงอายุของผู้ใช้ และส่งข้อมูลให้แอปต่าง ๆ นำไปใช้ปรับฟีเจอร์ให้เหมาะสมกับแต่ละวัย โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยวันเดือนปีเกิดจริงของผู้ใช้

Microsoft ประกาศเพิ่มความสามารถใหม่ชื่อ Windows Age API ซึ่งจะทำให้ Windows 11 กลายเป็นตัวกลางสำหรับบอก “ช่วงอายุ” ของผู้ใช้ให้กับแอปและบริการต่าง ๆ บนเครื่อง จากเดิมที่แต่ละแอปต้องถามอายุหรือทำระบบตรวจสอบอายุของตัวเอง

ข้อมูลที่แอปสามารถขอจาก Windows ได้จะไม่ใช่วันเกิดแบบละเอียด แต่แบ่งเป็นช่วง เช่น ต่ำกว่า 10 ปี, 10-12 ปี, 13-15 ปี, 16-17 ปี และ 18 ปีขึ้นไป รวมถึงสามารถตรวจสอบได้ว่าอายุที่ระบุนั้นผ่านการยืนยันแล้วหรือเป็นเพียงข้อมูลที่ผู้ใช้กรอกเอง

Microsoft ยังมีระบบ Microsoft Age Verification หรือ MAV ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้ยืนยันอายุผ่าน Microsoft Account เพียงครั้งเดียว จากนั้นสถานะดังกล่าวสามารถถูกนำไปใช้กับ Windows และแอปอื่น ๆ ได้ แนวคิดคือ “Verify once, use everywhere” ลดปัญหาที่ผู้ใช้ต้องส่งข้อมูลหรือยืนยันอายุใหม่กับทุกบริการ

สาเหตุที่ Microsoft เริ่มจริงจังกับเรื่องนี้ ส่วนหนึ่งมาจากแรงกดดันด้านกฎหมายและการคุ้มครองเด็กบนโลกออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายประเทศและหลายรัฐในสหรัฐฯ เริ่มกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องรู้ว่าผู้ใช้เป็นเด็กหรือผู้ใหญ่จริง ไม่ใช่แค่ให้กรอกวันเกิดแล้วเชื่อตามนั้น

หนึ่งในคดีสำคัญเกิดขึ้นช่วงปลายปี 2025 เมื่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ อนุมัติข้อตกลงให้ Disney จ่ายค่าปรับ 10 ล้านเหรียญ หลัง FTC กล่าวหาว่า Disney จัดประเภทวิดีโอบางรายการบน YouTube ไม่ถูกต้อง ทำให้มีการเก็บข้อมูลส่วนตัวของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ที่น่าสนใจคือคำสั่งศาลพูดถึงเทคโนโลยี Age Assurance โดยตรง ว่าหาก YouTube สามารถระบุอายุหรือช่วงอายุของผู้ใช้ได้ ระบบการจัดการเนื้อหาสำหรับเด็กก็สามารถทำได้แม่นยำขึ้น

หลังจากนั้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 FTC ยังออกนโยบายสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบอายุ โดยระบุว่าจะไม่ดำเนินคดีกับบริการบางประเภทที่จำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนตัวเพื่อใช้ “ตรวจสอบอายุเท่านั้น” หากข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นและถูกลบทิ้งเมื่อหมดความจำเป็น

จึงเห็นได้ชัดว่าทิศทางของอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนจากระบบเดิมที่ให้ผู้ใช้พิมพ์วันเกิดเอง ไปสู่ระบบ Age Assurance ที่ต้องมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

ผลที่ตามมาคือในอนาคต การตั้งอายุปลอมเพื่อเข้าใช้บริการหรือฟีเจอร์ที่จำกัดเฉพาะผู้ใหญ่อาจทำได้ยากขึ้น เพราะแอปสามารถถาม Windows ได้ว่าผู้ใช้คนนี้อยู่ในช่วงอายุใด และอายุดังกล่าวได้รับการยืนยันแล้วหรือไม่

ตัวอย่างเช่น แอปหรือเกมอาจซ่อนเนื้อหาบางประเภทจากเด็ก, Social Media อาจจำกัดการติดต่อกับคนแปลกหน้า, AI อาจมีมาตรการที่เข้มขึ้นสำหรับผู้ใช้ที่เป็นเยาวชน หรือบริการบางอย่างอาจขอให้ผู้ปกครองอนุญาตก่อนใช้งาน

อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่า Windows จะส่งวันเกิดหรือข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดให้ทุกแอป เพราะ Microsoft ออกแบบ API ให้ส่งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น เช่น ช่วงอายุหรือสถานะการยืนยันอายุ เพื่อลดการกระจายข้อมูลส่วนบุคคลไปยังแอปจำนวนมาก

ปัจจุบัน Windows Age API เปิดให้ Windows Insider ใช้งานแล้ว และ Microsoft ระบุว่าจะทยอยเปิดให้ผู้ใช้ Windows ทั่วไปในภายหลัง ขณะที่ระบบ Age Verification เริ่มนำไปใช้แล้วกับ Microsoft Store ในบางประเทศ เช่น สิงคโปร์ บราซิล และออสเตรเลีย ก่อนที่จะขยายไปยังพื้นที่อื่นตามข้อกำหนดทางกฎหมายของแต่ละประเทศ

ที่มา : neowin