ก่อนหน้านี้ YouTube ได้ปล่อยระบบ Likeness Detection ให้กับครีเอเตอร์ในโปรแกรม YouTube Partner Program (YPP) หรือคนดังใช้ เพื่อตรวจจับคลิปและบล็อก AI ปลอมใบหน้า (DeepFake) ล่าสุด ได้ประกาศขยายขอบเขตการใช้งานให้กับครีเอเตอร์ทั่วไปที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทุกคน ไปดูกันว่าจะมีวิธีใช้งานยังไง

Likeness Detection

Likeness Detection บน YouTube คืออะไร?

Likeness Detection คือ เครื่องมืออัจฉริยะบนระบบ YouTube Studio ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยครีเอเตอร์ตรวจสอบ จัดการ และป้องกันไม่ให้ผู้อื่นนำใบหน้าของเราไปสร้างหรือดัดแปลงด้วย AI (Altered or Synthetic Media) โดยไม่ได้รับอนุญาต หากตรวจพบ ครีเอเตอร์สามารถยื่นคำขอเพื่อลบคลิปวิดีโอนั้นๆ ออกจากแพลตฟอร์มได้ทันที ตามนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Guidelines) ของ YouTube

ซึ่งฟีเจอร์นี้ เปิดใช้ฟรี สำหรับครีเอเตอร์ทุกคน

3 ประโยชน์หลักของระบบ Likeness Detection ที่ครีเอเตอร์ควรรู้

ระบบนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่สแกนหาหน้าตาที่เหมือนเราเท่านั้น แต่ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องสิทธิ์และสร้างความปลอดภัยในระบบนิเวศของคอนเทนต์ 3 ด้านหลักๆ ดังนี้

  1. เช็กพิกัดใบหน้า (Identify Presence) : ช่วยให้รู้เท่าทันว่ามีใครแอบนำใบหน้าของเราไปใช้ในวิดีโอที่สร้างด้วย AI หรือไม่
  2. ปกป้องตัวตนและสิทธิ์ (Safeguard Identity) : ครีเอเตอร์สามารถกดรายงานและขอให้ระบบลบคอนเทนต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ใบหน้าได้โดยตรงจากหน้าสรุปข้อมูลใน YouTube Studio
  3. ปกป้องผู้ติดตาม (Protect Your Audience) : ป้องกันไม่ให้ผู้ชมหรือแฟนคลับถูกหลอกลวงจากคลิปปลอม (Deepfake) ที่อาจนำชื่อเสียงไปแอบอ้างในทางที่ผิด

วิธีเปิดใช้งาน Likeness Detection ใน YouTube Studio

Likeness Detection

YouTube จะเริ่มทยอยเปิดให้ครีเอเตอร์ทั่วโลก ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ได้เปิดใช้งานกันภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ โดยเมื่อระบบพร้อมใช้งานในช่อง จะสามารถเข้าไปตั้งค่าเปิดระบบได้ง่ายๆ ผ่านคอมพิวเตอร์ตามขั้นตอนดังนี้

  1. ล็อกอินเข้าสู่ YouTube Studio
  2. ดูที่แถบเมนูด้านซ้าย เลือกคำสั่ง Content detection (การตรวจจับเนื้อหา)
  3. คลิกเลือกเมนูย่อย Likeness (รูปลักษณ์ภายนอก) แล้วกดปุ่ม Start now (เริ่มต้นใช้งาน)
  4. กดยอมรับและอนุญาต (Permission) ให้ระบบของ YouTube ใช้เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้า
  5. ทำตามขั้นตอนการยืนยันตัวตนแบบครั้งเดียว (One-time verification) ให้เสร็จสิ้นภายในไม่กี่นาที

หมายเหตุ: ระบบนี้ทำงานอยู่บนหลังบ้านตลอดเวลาหลังจากตั้งค่าเสร็จสิ้น เพื่อคอยสแกนคลิปใหม่ๆ ที่ถูกอัปโหลดขึ้นมาบนแพลตฟอร์ม

เปิดใช้งานแล้ว ทำไมยังไม่เจอคลิปที่แมตช์?

หลังจากเปิดระบบแล้ว หากเข้าไปเช็กแล้วพบว่าหน้ากระดานรายงานยังว่างเปล่า หรือระบุว่าไม่พบข้อมูล นั่นเป็นเรื่องปกติและเป็นสัญญาณที่ดี ทีมงาน YouTube ชี้แจงว่า หากไม่มีการอัปโหลดคลิปที่ใช้ AI ดัดแปลงหรือปลอมแปลงใบหน้าของเราบ่อยนัก ระบบก็จะไม่แสดงรายการใดๆ ขึ้นมา ซึ่งหมายความว่าตัวตนของเรายังปลอดภัยดีอยู่ อย่างไรก็ตาม ระบบตรวจสอบจะยังคงทำงานเบื้องหลังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังให้อย่างต่อเนื่อง

ฟีเจอร์นี้จำเป็นสำหรับทุกคนไหม?

แม้ว่าฟีเจอร์นี้จะเป็นเกราะป้องกันชั้นยอดสำหรับช่องสายที่เปิดหน้า ครีเอเตอร์สายรีวิว บล็อกเกอร์ หรือนักเล่าเรื่องที่ใช้ใบหน้าตัวเองเป็นจุดขายในการสร้างแบรนด์ แต่สำหรับช่องบางประเภท เช่น ช่องทำมิวสิควิดีโออนิเมะ (Anime Edits) หรือคอนเทนต์แนวที่ไม่เปิดเผยใบหน้า (Faceless Channel) ฟีเจอร์นี้อาจไม่มีความจำเป็นต้องเปิดใช้งาน เนื่องจากไม่มีฐานข้อมูลใบหน้าให้ตรวจจับตั้งแต่แรก