ด้วยความที่ 5G ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว เลยจะขอมาเขียนเล่าเรื่องที่เกี่ยวข้องเท่าที่ได้ศึกษา และพูดคุยกับเหล่าวิศวกรคนทำงานด้านเครือข่าย มาให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันนะครับ โดยในตอนนี้ก็จะมาสรุปเรื่องคลื่นย่านต่ำ ย่านกลาง ย่านความถี่สูง ว่ามันต่างกันยังไง แต่และย่านใช้งานแบบไหน รวมถึงคลื่นความถี่แต่ละ Band เวลาเอาไปเขียนเป็น “n” ในสเปคของอุปกรณ์อย่าง สมาร์ทโฟน แท็บเลต โน๊ตบุ๊ค หรือ IoT ต่างๆ มันคือคลื่นอะไรบ้างครับ

5G Band ไหน n อะไร?

เวลาที่เราอ่านสเปคของอุปกรณ์ต่างๆ เราจะได้เห็นว่าคลื่นที่รองรับจะไม่ได้เขียนว่าเป็นคลื่น 2600/3500 MHz หรือ 26 GHz แต่จะเป็นการเลือกใช้ตัวอักษร n ตามด้วยตัวเลขแทน เช่น n7  / n28 โดยแต่ละเลขก็จะแทนความถี่ที่ต่างกันออกไป และไม่ได้เรียงตามความถี่อีกด้วย มันก็จะพางงกันว่าแต่ละ n มันคือคลื่นอะไรกันแน่ ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถดูสรุปได้ในตารางเดียวนี้เลยครับ

ตารางช่วงคลื่นความถี่ 5G (FREQUENCY) ทั้งหมด

BandMHzDuplex modeUplink (MHz)Downlink (MHz)
n12100FDD1920 – 19802110 – 2170
n21900FDD1850 – 19101930 – 1990
n31800FDD1710 – 17851805 – 1880
n5850FDD824 – 849869 – 894
n72600FDD2500 – 25702620 – 2690
n8900FDD880 – 915925 – 960
n12700FDD699 – 716 729 – 746
n14700FDD788 – 798758 – 768
n18850FDD815 – 830860 – 875
n20800FDD832 – 862791 – 821
n251900FDD1850 – 19151930 – 1995
n28700FDD703 – 748758 – 803
n29700SDLN/A717 – 728
n302300FDD2305 – 23152350 – 2360
n342100TDD2010 – 2025
n382600TDD2570 – 2620
n391900TDD1880 – 1920
n402300TDD2300 – 2400
n412500TDD2496 – 2690
n483500TDD3550 – 3700
n501500TDD1432 – 1517
n511500TDD1427 – 1432
n652100FDD1920 – 20102110 – 2200
n661700FDD1710 – 17802110 – 2200
n702000FDD1695 – 17101995 – 2020
n71600FDD663 – 698617 – 652
n741500FDD1427 – 14701475 – 1518
n751500SDLN/A1432 – 1517
n761500SDLN/A1427 – 1432
n773700TDD3300 – 4200
n783500TDD3300 – 3800
n794700TDD4400 – 5000
n801800SUL1710 – 1785N/A
n81900SUL880 – 915N/A
n82800SUL832 – 862N/A
n83700SUL703 – 748N/A
n842100SUL1920 – 1980N/A
n861700SUL1710 – 1780N/A
n89850SUL824 – 849N/A
n902500TDD2496 – 2690
n91800
1500
FDD832 – 8621427 – 1432
n92800
1500
FDD832 – 8621432 – 1517
n93900
1500
FDD880 – 9151427 – 1432
n94900
1500
FDD880 – 9151432 – 1517
n952100SUL2010 – 2025N/A


ย่านความถี่ High Band หรือ mmWave

BandGHzUplink /Downlink (GHz)
n2572826.50 – 29.50
n2582624.25 – 27.50
n2603937.00 – 40.00
n2612827.50 – 28.35

หมายเหตุ ช่องทำการไฮไลท์สีเขียวไว้คือ Band ที่รองรับในประเทศไทย

(อ้างอิง Wikipedia : 5G NR frequency bands)

ส่วนว่าประเทศไทยมี Band ไหนใช้แล้วและกำลังจะมาในอนาคตบ้าง ซื้อมือถือเครื่องใหม่จะได้ดูที่รองรับให้หมด เดี๋ยวเอามาบอกให้อีกทีนะครับ

Low – Mid – High Band แต่ละย่านคืออะไร

คลื่นความถี่เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการให้บริการเครือข่าย โดยคลื่นที่จำนำมาใช้ใน 5G ก็จะมีช่วงที่กว้างขึ้นกว่ายุค 3G ที่มีเพียงไม่กี่คลื่น และ 4G ที่จะใช้ความถี่ต่ำกว่า 3600 MHz เป็นหลักแต่เมื่อถึงยุค 5G คลื่นความถี่จะเปิดให้ใช้กันขึ้นไปถึงหลัก GHz ซึ่งหมายถึงช่องสัญญาณที่กว้างและใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก โดยเราสามารถแบ่งคลื่นความถี่ได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ  คือ คลื่นความถี่ย่านต่ำ ย่านกลาง และย่านสูง แต่ละย่านมีความแตกต่าง และคาแรคเตอร์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถสรุปมาให้แบบสั้นๆ ได้ประมาณนี้นะครับ

  • Low Band : มีระยะสัญญาณกว้างมาก สร้างความครอบคลุมได้พื้นที่ใหญ่ หลายตารางกิโลเมตร วางสถานีฐานนึงแทบจะเพียงพอสำหรับให้บริการทั้งตำบล แต่มีข้อจำกัดที่ปริมาณคลื่นมีอยู่ไม่มาก จึงทำความเร็ว UL/DL สูงไม่ได้ และมีการแย่งชิงกันสูงจนราคาพุ่งขึ้นไปแพงมาก เพราะลดค่าใช้จ่ายที่ไม่ต้องวางสถานีฐานถี่ๆซ้ำๆ
  • Mid Band : ทุกอย่างกลางสมชื่อ ระยะสัญญาณแม้จะไม่ได้ไกลเท่า Low Band แต่ก็ยังพอนำมาให้บริการตามพื้นที่ชุมชนได้ มีปริมาณคลื่นเยอะประมาณนึงทำความเร็วได้โอเค และราคายังไม่สูงจนต้องคิดหนักหากจะลงทุน
  • High Band : เป็นความตรงข้ามกับ Low Band ทั้งในเรื่องของระยะสัญญาณ ที่ครอบคลุมเพียงแค่ไม่กี่ร้อยเมตร ถูกรบกวนได้ง่าย มีความอ่อนไหวสูง แค่มีอะไรมาบังนิดหน่อยก็อาจจะใช้งานไม่ได้ แต่ด้วยความที่คลื่นชุดนี้ถูกเปิดนำมาใช้ภายหลัง เพื่อตอบสนองความต้องการคลื่นที่มากขึ้นจึงทำให้มีปริมาณที่มาก และทำความเร็วได้ดี

ศัพท์น่ารู้ คลื่นย่านต่ำ และกลาง เป็นคลื่นที่ใช้กันมาตั้งแต่ 3G และ 4G จะมีชื่อเรียกว่า Sub-6 ส่วนคลื่นย่านสูงที่เป็นคลื่นใหม่นี้จะมีชื่อเรียกว่า mmWave หรือ Millimetre Wave

ตารางสรุปลักษณะคลื่นความถี่แต่ละย่าน

คลื่นความถี่ระยะสัญญาณปริมาณคลื่นความเร็วราคา
Sub-6Low Band600 – 900 MHz~3x10 – 100 MHz0.1x – 1xแพงมาก
Mid Band1700 – 6000 MHz1x100 – 600 MHz1x – 6xกลาง
mmWaveHigh Band>24GHz>0.5x>1GHz10xเหมาะสม

 

ลักษณะของคลื่นความถี่ต่างๆตั้งแต่ Low – Mid – High

เปรียบเทียบระยะทำการของสัญญาณแต่ละความถี่ จะเห็นได้ว่าคลื่น Low Band ไปได้ไกลกว่ามาก

ตัวอย่างการนำคลื่น Low – Mid – High Band ไปใช้งาน ซึ่งบ้านเรามีการลงคลื่น Mid Band กันเยอะมากจน เกือบทดแทนและสร้างความครอบคลุมหลักแทน Low Band ได้เลย

  • มหกรรมที่มีคนร่วมงานจำนวนมาก, เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อในชุมชน | จะมีการใช้คลื่น mmWave หรือ High Band ที่มี Bandwidth กว้างกว่า สามารถกระจายสัญญาณให้คนจำนวนมากใช้งานได้อย่างไม่มีการติดขัด ด้วยสถานที่มีขนาดใหญ่และเลือกติดตั้งเสาสัญญาณได้ค่อนข้างอิสระ และวางจำนวนมากได้
  • ระบบสื่อสารของรถยนต์ และโครงสร้างพื้นฐานของการขนส่ง, ระบบสังเกตการณ์สภาพแวดล้อมและเมืองอัจฉริยะ, ระบบขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน | วางเครือข่ายครอบคลุมทั่วเมือง และทำความเร็วได้ดีด้วยคลื่น Mid Band ที่เป็นคลื่นกลางๆ ใช้งานได้หลากหลายกิจกรรม รวมถึงสามารถทดแทนทั้ง High Band หรือ Low Band ได้เลย หากมีการวางสถานีฐานเป็นจำนวนมากๆ ดังที่บางเครือข่ายทำในประเทศไทย
  • และโอบล้อมทั้งเมืองรวมถึงเชื่อมต่อไปนอกเมืองและพื้นที่ห่างไกลด้วยคลื่น Low Band ที่แม้ว่าจะทำความเร็วได้ไม่ดีเท่าคลื่นย่านอื่น จากข้อจำกัดของ Bandwidth ที่มีไม่มากนัก แต่ระยะทำการและการทะลุทลวงของ Low Band ก็เป็นจุดแข็งที่ทุกเครือข่ายต้องจับจองและนำมาใช้ให้บริการ

 

ทั้งหมดนี้ก็น่าจะครอบคลุมเนื้อหาของทั้งสองหัวข้อนี้ ถ้าเพื่อนๆคนไหนอยากจะเสริมอะไร สามารถมาคอมเม้นท์เพิ่มเติม พูดคุยกันได้นะครับ ส่วนตอนหน้าจะเอาอะไรมาเล่ากันต่อ รอติดตามกันได้เลยครับ