fbpx
News

Android 12 (Go edition) มาแล้ว – เปิดแอปไวขึ้น 30% พร้อมฟีเจอร์ใหม่เพียบ

Android 12 ถูกออกมาให้ใช้งานอย่างเต็มรูปแบบได้ 10 สัปดาห์แล้ว ในที่สุดก็ถึงคิวระบบปฏิบัติการรุ่นจิ๋วอย่าง Android 12 (Go edition) ซึ่งก็จะมีการยกฟีเจอร์ใหม่ ๆ บางส่วนจากรุ่นใหญ่มาใส่ ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งานโดยรวมและยกระดับด้านความปลอดภัย ความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือ Google เคลมว่า สามารถเปิดแอปได้ไวขึ้นถึง 30% และมีแสดงผลแอนิเมชันระบบได้ลื่นไหลกว่าเดิม

มีฟีเจอร์ใหม่อะไรบ้างใน Android 12 (Go edition)

Android 12 (Go edition) ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานกับอุปกรณ์ระดับเริ่มต้น ซึ่งไม่ได้มีฮาร์ดแวร์ที่ทรงพลังมากนัก รวมถึงอาจมีข้อจำกัดของหน่วยความจำและสตอเรจที่ต้องคำนึง ดังนั้นฟีเจอร์ที่ Google หยิบเอามาใส่จึงมีแค่บางส่วนจาก Android 12 เท่านั้น ไม่ได้ยกมาทั้งชุด ทั้งนี้เพื่อรักษาประสบการณ์การใช้งานให้ออกมาดีที่สุดนั่นเอง แต่ฟีเจอร์หลักที่สำคัญ ๆ ยังอยู่ครบทั้งหมด ตามรายการด้านล่าง

  • มีหน้า Splash screens โชว์แอนิเมชันหรือไอคอนของแอปเมื่อเปิดใช้งาน

  • รองรับฟังก์ชัน App hibernation พักการทำงานของแอปใด ๆ ที่ไม่ได้เข้าใช้งานเกิน 2 – 3 เดือนโดยอัตโนมัติเพื่อประหยัดแบตเตอรี่
  • เพิ่มความสามารถให้แอป Files Go ดึงไฟล์ที่ลบไปภายใน 30 วันกลับมาได้

  • เพิ่มปุ่ม Translate และ Listen ในหน้า Overview สำหรับแปลภาษาและอ่านข้อความบนหน้าจอ
  • แชร์ไฟล์หรือแอปข้ามอุปกรณ์ในระยะใกล้ได้ง่าย ๆ ผ่านฟีเจอร์ Nearby Share

  • สลับโปรไฟล์ไปใช้ Guest Mode ได้ทันทีจากหน้า Lock screen
  • มีหน้า Privacy dashboard สำหรับดูและควบคุมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัว รวมถึงการอนุญาตให้สิทธิ์เข้าถึงอุปกรณ์จากแอปต่าง ๆ

  • เพิ่มไอคอนบ่งชี้เวลากล้องและไมโครโฟนถูกเรียกใช้งาน โดยจะปรากฏเป็นจุดสีเขียวบริเวณมุมขวาบนของหน้าจอ ป้องกันการถูกแอบถ่ายและดักฟังโดยไม่รู้ตัว
  • เพิ่มตัวเลือกการระบุตำแหน่งแบบหยาบ ๆ เพื่อความเป็นส่วนตัวสำหรับบางแอปที่ไม่ได้ต้องการพิกัดที่เฉพาะเจาะจงมาก เช่น แอปสภาพอากาศ เป็นต้น โดยสามารถกำหนดแยกเป็นรายครั้งที่มีการร้องขอสิทธิ์ได้ด้วย

สำหรับมือถือรุ่นใหม่ที่จะมาพร้อม Android 12 (Go edition) ตั้งแต่เกิดนั้น มีคิวเปิดตัวในช่วงปี 2565 ส่วนรุ่นในปัจจุบันที่มีสิทธิ์อัปเกรดขึ้นมาคงต้องรอจนถึงปีหน้าเช่นกันครับ ช้าหรือเร็วตรงส่วนนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละแบรนด์เลย

 

ที่มา : Google

Leave a Reply

To Top