fbpx
News

ARM ยืนยันทำธุรกิจกับ Huawei ต่อไป หลังตรวจสอบพบเทคโนโลยีและสิทธิบัตรเป็นของอังกฤษ ไม่ใช่ของสหรัฐ ฯ

หากใครยังจำกันได้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มีข่าวใหญ่โตที่เรียกได้ว่าช็อควงการสุดๆ เมื่อรัฐบาลสหรัฐ ฯ ออกมาประกาศใส่ชื่อ Huawei และบริษัทในเครืออีกมากมายเข้าไว้ในรายชื่อบัญชีดำ (Entity List) ทำให้ไม่สามารถทำการค้าขายกับบริษัทสัญชาติสหรัฐ ฯ ได้ โดย ณ ตอนนั้น มีหลายบริษัทออกมาประกาศถอนตัว ยุติการทำธุรกิจกับบริษัทสัญชาติจีนนี้ทิ้งเลย รวมไปถึง ARM ผู้ถือกรรมสิทธิ์สถาปัตยกรรมชิปเซ็ตชื่อดังนี้ด้วย

แต่ล่าสุด ดูเหมือน Huawei จะได้พักหายใจหายคอกับเขาบ้าง เมื่อ ARM ได้ออกมาประกาศว่าพวกเขาจะยังคงร่วมธุรกิจกับ Huawei ต่อไป พร้อมกับให้เหตุผลว่าเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมชิปเซ็ตของพวกเขานั้น แท้จริงแล้วเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของสหราชอาณาจักร (United Kingdom) ไม่ใช่ของประเทศสหรัฐอเมริกา แบบที่เข้าใจกันตอนแรก

“ARM สามารถจัดส่งสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างเช่น สถาปัตยกรรม ARM v8 และรุ่นต่อๆ ไปในอนาคต ให้กับ HiSilicon ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Huawei ได้ตามเดิม เนื่องจากเทคโนโลยีของพวกเรานั้นเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของสหราชอาณาจักร” – โฆษกของ ARM กล่าวกับสำนักข่าว Reuters 

ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นข่าวดีมากๆ สำหรับ Huawei เนื่องจาก ARM นั้นถือเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญของพวกเขาในการผลิตชิปเซ็ต เพราะหากพวกเขาไม่สามารถเข้าถึงสถาปัตยกรรมชิปเซ็ตของ ARM ได้ การที่จะผลิตชิปเซ็ตตัวใหม่ๆ ขึ้นมาก็เป็นเรื่องยาก พอไม่สามารถผลิตชิปตัวใหม่ขึ้นมาได้ การจะแข่งขันหรือสร้างสมาร์ทโฟนมาแข่งกับกับคู่แข่งที่เลือกใช้บริการชิปเซ็ตของ Apple, Samsung Exynos หรือ Qualcomm ก็เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยเช่นเดียวกัน

เดิมทีในตอนแรกสาเหตุที่ ARM ตัดความสัมพันธ์กับ Huawei นั้นก็เป็นเพราะว่า พวกเขาไม่แนใจ พร้อมกับคิดว่าเทคโนโลยี “บางส่วน” อาจจะเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศสหรัฐ ฯ เนื่องจากพวกเขานั้นมีออฟฟิศตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐ ฯ อยู่หลายแห่งเลยด้วยกัน แต่หลังจากปรึกษากับทีมกฎหมายมาเป็นเวลากว่าหลายเดือน พวกเขาก็มั่นใจแล้วว่าเทคโนโลยีของพวกเขานั้นไม่ใช่ของประเทศสหรัฐ ฯ อย่างแน่นอน ทำให้บริษัทนั้นสามารถทำธุรกิจต่อกับบริษัทสัญชาติจีนนี้ต่อไป ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับบัญชีดำแต่อย่างใด

ทั้งนี้ทั้งนั้น ถึงแม้ว่าจะกลับมาคืนดีกับ ARM แล้ว แต่ Huawei ก็ยังต้องเผชิญกับปัญหาต่อไป เนื่องจากจนถึงตอนนี้ โทรศัพท์รุ่นที่เปิดตัวหลังจากกรณีสงครามการค้าของพวกเขานั้น อย่างเช่น Mate 30 Pro ยังไม่สามารถเข้าถึงแอปและบริการต่างๆ ของ Google ได้ ซึ่ง Google Mobile Services (GMS) ถือเป็นปัจจัยสำคัญหลักๆ ของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในปัจจุบันเลย

 

ที่มา: The Verge 

1 Comment

  1. Avatar

    sidewaymaster Post on October 29, 2019 at 12:06 am

    #1013776

    ผลกรรมคงตกอยู่ที่ Mate 30 pro ที่ไม่ได้อัพเดท Chipset ให้ทันสมัยที่สุดอย่างที่เคยกระทำมากับ Mate รุ่นก่อนหน้านี้

Leave a Reply

To Top