Ferrari เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ภายใต้ชื่อ Luce โดยได้รับการออกแบบโดย Jony Ive และ Marc Newson จากบริษัท LoveFrom โดดเด่นด้วยพละกำลัง 1,035 แรงม้า เร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.5 วินาที สนนราคาราว ๆ 22 ล้านบาท

ทำไม Ferrari ถึงเลือกทำรถยนต์ไฟฟ้าตอนนี้ ?

สาเหตุที่ Ferrari เลือกทำรถยนต์ไฟฟ้าอ้างอิงจากคลิปสัมภาษณ์ช่อง Cleo Abram ระบุว่าทางแบรนด์ต้องการทดลองความเป็นไปได้ใหม่ ๆ และก้าวข้ามขีดจำกัด โดยการหยิบความเชี่ยวชาญของแบรนด์มาต่อยอดร่วมกับการพัฒนามอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งทำมาอย่างต่อเนื่องหลายปี

Ferrari Luce จึงเปรียบเสมือนตัวแทนของ ‘ประสบการณ์การขับขี่แบบ Ferrari (Ferrari driving dynamic)’ ที่ถูกรวมเข้ากับ ‘ดีไซน์อันโฉบเฉี่ยว กว้างขวาง และล้ำสมัยภายใต้คอนเซปต์ของความเป็นรถ EV’ โดยไม่จำกัดอยู่ในแนวคิดเดิม ๆ (out-of-the-box approach)

ดีไซน์อันโดดเด่นที่ผสานไปด้วยเอกลักษณ์ของ Ferrari

ดีไซน์ของ Ferrari Luce แตกต่างจากรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ของ Ferrari ส่วนหนึ่งคือการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ของรถยนต์ EV แต่ปัจจัยหลักที่ทำให้ดีไซน์ดูโดดเด่นมากขนาดนี้เป็นเพราะความร่วมมือกับ LoveFrom บริษัทที่ก่อตั้งโดย Jony Ive อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Apple ซึ่งอยู่เบื้องหลังดีไซน์ของ iPhone, iMac และ MacBook

ดีไซน์โดยรวมเป็นแบบ ‘Smooth, Continuous, and Uninterrupted’ หรือก็คือดูเป็นส่วนเดียวกันทั้งหมด ส่วนประกอบแต่ละชิ้นถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันในรูปแบบ Shell-Like จับคู่กับปีกแอโรไดนามิกส์หน้า-หลังแบบลอยตัว

ตัวถังมีความยาวประมาณ 197.6 นิ้ว ชุดล้อขนาดใหญ่แบ่งออกเป็น ล้อหน้าขนาด 23 นิ้ว และล้อหลังขนาด 24 นิ้ว ไฟท้ายทรงกลมเพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้แตกต่างจากรถรุ่นอื่น ๆ โดยมีพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถประมาณ 597 ลิตร

เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบสี่ประตู-ห้าที่นั่ง ห้องโดยสารกว้างขวางไม่มีอุโมงค์เกียร์ โดดเด่นด้วยปุ่มควบคุมแบบกายภาพ เช่น ปุ่มกด, สวิตช์, ปุ่มหมุนหรือหน้าปัดซึ่งถูกออกแบบให้อยู่ในตำแหน่งที่ง่ายต่อการใช้งานและสะดวกต่อผู้ขับขี่ มีหน้าจอแสดงผล OLED แบบ Multifunctional

สาเหตุที่ Jony Ive ออกแบบให้มีปุ่มแบบกายภาพเยอะมากขนาดนี้

Jony Ive อธิบายว่าการที่รถยนต์ไฟฟ้าหลาย ๆ รุ่นพยายามเปลี่ยนให้การควบคุมทุกอย่างกระจุกอยู่ที่หน้าจอสัมผัส (multi-touch) เป็นการตัดสินใจที่ไม่เข้ากับการขับขี่สักเท่าไหร่

เพราะการออกแบบดังกล่าว จะทำให้ผู้ขับขี่ต้องละสายตาจากถนนเพื่อโฟกัสกับเมนูบนหน้าจอ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายบนท้องถนนได้ในที่สุด Ferrari Luce จึงถูกออกแบบด้วยหลักการอย่าง ‘การผสานระบบดิจิทัลและอุปกรณ์ทางกายภาพเข้าด้วยกัน’

เช่น การใช้ปุ่มกด (toggle switches), มือจับ (handles), และแป้นหมุน (rotary dials) ซึ่งใช้งานได้จริงมากกว่า และให้การเชื่อมโยงระหว่างผู้ขับขี่กับรถยนต์ได้ดีกว่าการควบคุมผ่านหน้าจอเพียงอย่างเดียว

กำลังสูง 1,035 แรงม้า 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 2.5 วินาที

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวนสี่ตัว (แบ่งออกเป็นมอเตอร์คู่หน้า-คู่หลัง) ที่มีพื้นฐานมาจาก Ferrari F80 หรือสนามแข่ง F1 มีกำลังสูงสุด 1,035 แรงม้า เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.5 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ภายใน 6.8 วินาที

  • มอเตอร์คู่หน้ารอบหมุนสูงสุด 30,000 รอบ/วินาที
  • มอเตอร์คู่หลังรอบหมุนสูงสุด 25,500 รอบ/วินาที

แบตเตอรี่ 800V ความจุ 122 kWh รองรับการชาร์จเร็ว 350kW สามารถเชื่อมต่อแอปพลิเคชันเพื่อควบคุมหรือเช็กสถานะของระบบปรับอากาศ การชาร์จ และแสดงสถานะของรถยนต์ได้อย่างละเอียด

ราคาและการวางจำหน่าย

Ferrari Luce มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 550,000 ยูโร (ประมาณ 22 ล้านบาท) โดยการผลิตจะเริ่มต้นในช่วงปลายปี 2569 และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกาช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2570

ที่มา: Motor 1 และ MacRumors