fbpx
News

สรุปข้อมูลล่าสุด Galaxy Note 10 / Note 10+ สเปค, ฟีเจอร์, กำหนดการวางจำหน่ายและราคา

ใกล้ถึงเวลาเปิดตัวของ Samsung Galaxy Note 10 และ Note 10+ เข้ามาทุกวันๆ แล้ว ซึ่งตอนนี้ก็มีข้อมูลหลายอย่างทยอยหลุดออกมาเรื่อยๆ แล้ว โดยล่าสุดก็ได้มีสเปคแบบเต็มๆ รวมถึงข้อมูลกล้องทั้งหมดและฟีเจอร์ใหม่ของปากกา S Pen พร้อมกับภาพถ่ายตัวจริงเสียงจริงของมือถือทั้ง 2 รุ่น ออกมาอีกด้วย

มาเริ่มกันที่ภาพหลุดตัวเครื่องของมือถือทั้ง 2 รุ่น ที่ได้มาจากแหล่งข่าวหลุดที่เชื่อถือได้อย่าง @UniverseIce กันก่อน โดยรูปดังกล่าวเป็น Galaxy Note 10 และ Note 10+ เอามาวางเทียบกันข้างๆ จะเห็นได้ทั้งความแตกต่างในเรื่องของขนาด และกล้องหลังของรุ่น Note 10+ ที่นอกจากจะมีกล้องหลัก 3 ตัว เรียงกันเป็นแนวตั้งอยู่ตรงมุมซ้ายบนแล้ว ถัดมาด้านขวากีมีเซ็นเซอร์ 3 มิติ ToF ตามข่าวลือก่อนหน้านี้ด้วย

ส่วนตัวเครื่องด้านหน้าของ Galaxy Note 10+ ถ้าสังเกตุดีๆ จะเห็นว่าแผ่นพลาสติกปิดหน้าจอตรงด้านบนเจาะรูเอาไว้เป็นแนวยาว ไม่เหมือนกับรุ่น Note 10 ที่ไม่ได้เจาะรูอะไรไว้.. ก็ไม่รู้ว่านอกจากกล้องเซลฟี่ปกติแล้ว Note 10+ ยังจะมีเซ็นเซอร์อะไรแถมมาให้ด้วยรึเปล่า

เทียบขนาดระหว่าง Galaxy Note 9, Galaxy Note 10 และ Note 10+

ยังมีภาพตัวเครื่องของ Galaxy Note 10 / Note 10+ ที่คาดว่าจะเป็นตัวเครื่องแบบ Mockup นำมาเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง Galaxy Note 9 จะเห็นว่า Note 10+ มีตัวเครื่องขนาดพอๆ กัน ส่วนรุ่น Note 10 จะมีขนาดเล็กที่สุด

แต่พอมาดูด้านหน้าแล้วจะเห็นว่าขอบจอด้านบนของ Note 10+ บางเฉียบสุดๆ เมื่อเทียบกับ Note 9 เนื่องจากมันใช้หน้าจอแบบ Infinity-O นั่นเอง ก็เลยลดขนาดขอบจอด้านบนลงไปได้อีก และนั่นทำให้ Note 10+ มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า Note 9 (6.8 นิ้ว ต่อ 6.4 นิ้ว) ในขณะที่ทั้งคู่มีตัวเครื่องขนาดไม่ห่างกันซักเท่าไหร่

ยังมีภาพเปรียบเทียบของปุ่มต่างๆ ของ Note 9 กับ Note 10 อีกด้วย โดยขอบเครื่องด้านซ้ายยังคงมีปุ่มปรับเสียงและปุ่ม Power อยู่เหมือนเดิม แต่ด้านขวา Note 10 ได้เอาปุ่ม Bixby ออกไปแล้ว

ขอบเครื่องด้านล่าง ก็เป็นไปตามข่าวลือแรกๆ ว่า Galaxy Note 10 จะเป็นมือถือเรือธงรุ่นแรกของแบรนด์ที่ถูกตัดรูหูฟัง 3.5 มม. ออกไป นอกจากนี้ยังเห็นว่าขนาดของ Note 10+ มีความกว้างมากกว่า Note 9 อยู่นิดหน่อย

ปากกา S Pen รุ่นใหม่

สำหรับสเปคและฟีเจอร์ล่าสุดของทั้ง 2 รุ่น ที่หลุดออกมา ก็มีทั้งฟีเจอร์ Air Gesture ของ S Pen ให้เราสามารถใช้ปากกาควบคุมหน้าจอมือถือได้โดยไม่ต้องแตะหน้าจอเลย (น่าจะเหมือนการลากเมาส์บนอากาศแบบนี้รึเปล่า?) นอกจากนี้ S Pen รุ่นใหม่ยังคงรองรับแรงกดได้ 4096 ระดับ และยังกันน้ำได้ที่ระดับ IP68 อีกด้วย

กล้องหลัง และกล้องหน้า

Galaxy Note 10 และ Note 10+ จะมีกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว (Note 10+ จะเพิ่มเซ็นเซอร์ ToF เข้ามา) ประกอบด้วยเลนส์หลัก 12MP ที่สามารถเปลี่ยนขนาดรูรับแสงได้ตามสภาพแสงคือ f/1.5, f/1.8 และ f/2.4 มีเลนส์ Wide ความละเอียด 16MP (f/2.2), เลนส์ซูม 2 เท่า ความละเอียด 12MP (f/2.1) และยังมีโหมดถ่ายภาพแบบ HDR10+, Scene Optimization และโหมด Action Camera อีกด้วย

กล้องหลัง Galaxy Note 10

กล้องหลัง Galaxy Note 10+

ส่วนกล้องหน้าจะมีความละเอียดอยู่ที่ 10MP (f/2.2) มีระบบ Autofocus, HDR10+ และยังสามารถถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 4K ได้

ฟีเจอร์ DeX Live เชื่อมต่อจอนอกได้แบบไร้สาย

จากฟีเจอร์สารพัดประโยชน์อย่าง DeX ที่มีให้ใช้ตั้งแต่รุ่น Galaxy S9 เป็นต้นมา ซึ่งตอนแรกต้องใช้งานร่วมกับ DeX Dock ถึงจะต่อสายเข้ากับหน้าจอเสริม และเมาส์ + คีย์บอร์ด เพื่อใช้งานได้แบบ PC ตั้งโต๊ะ และหลังจากนั้นฟีเจอร์นี้ก็ได้รับการพัฒนาต่อเนื่องจนปัจจุบันไม่ต้องใช้ DeX Dock แล้ว แค่ใช้สาย USB-C > HDMI  หรือจะต่อเข้า HUB แล้วเสียบสาย HDMI เข้าหน้าจอก็ใช้ได้เลย

แต่จากข้อมูลล่าสุดบอกว่า Samsung ได้ทำการจดสิทธิบัตรแอปพลิเคชั่นชื่อว่า DeX Live เอาไว้ พร้อมกับคำอธิบายสั้นๆ ว่า “แอปดังกล่าวจะสามารถแสดงผลหน้าจอมือถือขึ้นไปบนหน้าจอได้แบบไร้สาย” ก็เลยมีการคาดการณ์ว่า Galaxy Note 10 น่าจะได้ใช้ฟีเจอร์ DeX Live ซึ่งเป็นการใช้งาน DeX แบบไร้สาย ที่คราวนี้ไม่ต้องวุ่นวายกับการเสียบสาย USB-C หรือสาย HDMI อีกต่อไป ขอแค่มี TV หรือ Monitor ที่รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายก็พอ ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ นอกจากการเชื่อมต่อออกจอแบบไร้สาย จะมีอะไรบ้าง ก็ต้องมารอลุ้นกันอีกที

 

เทคโนโลยีชาร์จไว 45W และชาร์จไร้สาย 20W

เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก็ได้มีข่าวว่า Galaxy Note 10 จะมาพร้อมกับระบบชาร์จไวสูงสุดถึง 45W จากรุ่นก่อนทั้ง Galaxy Note 9 และ Galaxy S10 ที่รองรับการชาร์จไวแค่ระดับ 15W เท่านั้น เรียกว่าอัพเกรดขึ้นมาแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว แต่ก็อย่าพึ่งดีใจไปว่าเราจะได้ใช้ระบบชาร์จไวตั้งแต่ได้เครื่องมาเลย.. เพราะตามข่าวบอกว่าในกล่อง Galaxy Note 10 จะให้อแดปเตอร์ชาร์จไฟที่รองรับแค่ 25W เท่านั้น ส่วนอแดปเตอร์แบบ 45W ต้องไปซื้อแยกเอาเองในราคาราวๆ 50 ยูโร หรือประมาณ 1,700 บาท

ยังมีข้อมูลอีกว่า Galaxy Note 10 จะรองรับระบบชาร์จไวแบบไร้สายอีกด้วย โดยแท่นชาร์จไร้สายของแท้จาก Samsung สามารถชาร์จได้ที่ระดับ 20W หรืออาจจะได้ถึง 25W เลยทีเดียว

ส่วนระบบ PowerShare ที่สามารถใช้ Note 10 ในการชาร์จไฟให้อุปกรณ์อื่นแบบไร้สายได้ คราวนี้ก็จะมีความแรงเพิ่มขึ้นเป็น 15W จากในรุ่น Note 9 และ S10 ที่อยู่แค่ 4.5W เท่านั้น ทำให้การชาร์จอุปกรณ์จำพวกสมาร์ทวอทช์หรือหูฟังไร้สาย ทำได้เร็วกว่าเดิม

การรองรับ MicroSD Card

นอกจาก Galaxy Note 10 จะถูกตัดรูหูฟัง 3.5 มม. ออกไปแล้ว ก็ยังมีข่าวว่าจะไม่รองรับหน่วยความจำภายนอก หรือ MicroSD Card อีกด้วย ซึ่งตามข้อมูลล่าสุดก็พอจะรู้กันแล้วว่า Galaxy Note 10 จะไม่รองรับ MicroSD Card แต่รุ่นท็อป Note 10+ จะยังคงรองรับ MicroSD Card อยู่เหมือนเดิม

สเปค Galaxy Note 10 / Note 10+

ก่อนหน้านี้มีข้อมูลหลุดออกมารอบนึงแล้วว่า Note 10 จะมีหน้าจอ Dynamic AMOLED ขนาด 6.3 นิ้ว มีความละเอียดอยูที่ Full HD+ (2280 x 1080) และยังคงใช้ระบบสแกนนิ้วมือแบบ Ultrasonic ใต้หน้าจอเหมือน Galaxy S10 เหมือนเดิม แต่รุ่นท็อป Note 10+ จะมีหน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด QHD+ นอกจากนี้ทั้ง 2 รุ่น ยังได้ใช้ชิปรุ่นใหม่อย่าง Snapdragon 855+ หรือ Exynos 9825 อีกด้วย (ขึ้นอยู่กับประเทศที่วางจำหน่าย)

ส่วนความแตกต่างอื่นๆ ของทั้ง 2 รุ่น นอกจากหน้าจอก็จะมีทั้ง RAM ของรุ่นปกติอยู่ที่ 8GB รุ่น Note 10+ อยู่ที่ 12GB, รุ่นธรรมดาไม่รองรับ MicroSD Card แต่รุ่น Note 10+ รองรับ, แบตเตอรี่รุ่นธรรมดาอยู่ที่ 3600 mAh รองรับการชาร์จไร้สายที่ 12W ส่วนรุ่น Note 10+ มีแบตเตอรี่ 4300 mAh แต่จะรองรับการชาร์จไร้สายมากกว่าที่ 20W

สเปค Galaxy Note 10

  • หน้าจอ Dynamic AMOLED ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+
  • CPU : Snapdragon 855+ / Exynos 9825
  • RAM : 8GB
  • ความจุ : 256GB UFS 3.0 (ไม่รองรับ MicroSD Card)
  • กล้องหลัง : 12MP (f/1.5, 1.8, 2.4) + 16MP (f/2.2) + 12MP (f/2.1), ระบบกันสั่น OIS
  • กล้องหน้า : 10MP (f/2.2)
  • เซ็นเซอร์ : Accelerometer, barometer, compass, brightness sensor, proximity detection, fingerprint (บนหน้าจอ), gyroscope
  • การเชื่อมต่อ : Dual Nano SIM, Bluetooth 5.0, USB Type C, NFC, WiFi 6 (2.4 + 5 GHz, WiFi Direct, Mirrorlink, Smart View
  • GPS, GLONASS, Beidou, Galileo
  • มาตรฐานกันน้ำ / กันฝุ่น : IP68
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ AKG, Dolby Atmos
  • แบตเตอรี่ : 3600 mAh รองรับการชาร์จไว 45W, ชาร์จไร้สาย 12W, ระบบชาร์จไฟไร้สายให้อุปกรณ์อื่น PowerShare 15W
  • ระบบ Android Pie ครอบด้วย Samsung One UI
  • ขนาด / น้ำหนัก : 151 x 71.8 x 7.9 มม. / 167 กรัม

สเปค Galaxy Note 10+

  • หน้าจอ Dynamic AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด QHD+
  • CPU : Snapdragon 855+ / Exynos 9825
  • RAM : 12GB
  • ความจุ : 256GB UFS 3.0 (รองรับ MicroSD Card)
  • กล้องหลัง : 12MP (f/1.5, 1.8, 2.4) + 16MP (f/2.2) + 12MP (f/2.1) + เซ็นเซอร์ 3 มิติ ToF, ระบบกันสั่น OIS
  • กล้องหน้า : 10MP (f/2.2)
  • เซ็นเซอร์ : Accelerometer, barometer, compass, brightness sensor, proximity detection, fingerprint (บนหน้าจอ), gyroscope
  • การเชื่อมต่อ : Dual Nano SIM, Bluetooth 5.0, USB Type C, NFC, WiFi 6 (2.4 + 5 GHz, WiFi Direct, Mirrorlink, Smart View
  • GPS, GLONASS, Beidou, Galileo
  • มาตรฐานกันน้ำ / กันฝุ่น : IP68
  • ระบบเสียง : ลำโพงสเตอรีโอ AKG, Dolby Atmos
  • แบตเตอรี่ : 4300 mAh รองรับการชาร์จไว 45W, ชาร์จไร้สาย 20W, ระบบชาร์จไฟไร้สายให้อุปกรณ์อื่น PowerShare 15W
  • ระบบ Android Pie ครอบด้วย Samsung One UI
  • ขนาด / น้ำหนัก : 162.3 x 77.1 x 7.9 มม. / 198 กรัม

Samsung Galaxy Note 10 ทั้ง 2 รุ่น จะเปิดตัวในวันที่ 7 สิงหาคม และคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 23 สิงหาคม 2019 โดย Galaxy Note 10 มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 999 ยูโร หรือราวๆ 34,400 บาท ส่วนรุ่น Note 10+ จะมีราคาเริ่มต้นที่ราวๆ 1150 ยูโร หรือราวๆ 39,600 บาท (ราคาโซนยุโรปจะแพงกว่าบ้านเราประมาณ 10 – 20%)

 

ที่มา : UniverseIce, Winfuture, 2, 9to5google, eprice

2 Comments

  1. iristoh

    iristoh Post on July 25, 2019 at 2:52 am

    #1010227

    การมี ROM 256gb อาจดูว่าโคตรพอในยุคที่คนยังเน้นถ่ายภาพนิ่ง
    แต่ในยุคนี้ที่คนหันมาถ่าย VDO กับทุกสิ่งอย่างแทนการถ่ายภาพนิ่ง
    การเพิ่มเมม เปลี่ยนเมมไม่ได้ ผมว่าดูย่ามใจเกินไป

    ด้านขนาดตัว  มือถือไซส์ Note9 มันมาถึงขีดจำกัดเรื่องการใช้งานมือเดียว
    การพกพาในกระเป๋ากางเกงแล้ว  Note10Pro คงจะใช้งานแบบ EDC ได้ยาก

    ว่าตามสเปคนี้
    สิ่งที่ให้มาเมื่อเทียบกับคู่แข่งจากจีนในปี 2019  ถือว่าโดยรวมไม่ค่อยว้าว
    เป็นมือถือที่ชูจุดขายเรื่องการเขียนได้ แต่ยังคงยึดมั่นกับจอโค้งที่ไร้ประโยชน์ต่อการเขียน
    และกล้องหน้ากลางจออารมณ์เด๋อดอกสะเดา  ดูสิ้นคิดมาก

  2. Avatar

    devilshop Post on July 25, 2019 at 11:32 am

    #1010247

    รู้สึกยังไม่ค่อยโอเคแหะ 🙂 🙂

Leave a Reply

To Top