หลังจากโดนใส่ชื่อเข้าไปไว้ในบัญชีดำของรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของ Huawei จะแย่ลงเรื่อยๆ จนทำให้ต้องพยายามพัฒนาระบบปฏิบัติการ Harmony OS ของตัวเองขึ้นมาใช้แทน Android แต่ล่าสุดผู้บริหารระดับสูงก็ได้ออกมายอมรับแล้วว่าระบบปฏิบัติการใหม่ของพวกเขาอาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะพร้อมใช้งาน ซึ่งสวนทางกับที่ CEO ของบริษัท ที่เคยบอกว่าระบบนี้จะพร้อมใช้ภายในปี 2020 แล้ว

Joy Tan ผู้บริหารระดับสูงของ Huawei USA ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าการที่พวกเขาถูกรัฐบาลสหรัฐฯ แบนห้ามซื้อขายหรือเจรจาธุรกิจกับบริษัทสัญชาติสหรัฐอเมริกา ถือว่าส่งผลเสียต่อพวกเขาเอามากๆ แม้ว่าในแง่ของฮาร์ดแวร์ พวกเขาจะสามารถหาทางออกได้ แต่หากพูดถึงซอฟต์แวร์ข้างในอย่าง Google Mobile Services แล้ว ตรงนี้ยังถือเป็นปัญหาหลักที่ทาง Huawei ยังไม่สามารถหาทางออกดีๆ ได้

ปัจจุบัน Huawei ยังคงสามารถใส่ระบบปฏิบัติการ Android ไว้ในสมาร์ทโฟนของพวกเขาได้อยู่เนื่องจาก Android นั้นเป็นระบบเปิดแบบ open-source ทว่าสิ่งที่เป็นปัญหาก็คือแอปยอดนิยมและจำเป็นต่อการใช้งานหลายๆ อย่าง เช่น YouTube, Gmail, Maps ฯลฯ ยังคงต้องอาศัย Google Mobile Services ในการใช้แอปเหล่านั้น ซึ่ง Google Mobile Services ไม่ได้รวมอยู่ใน Android open-source ทำให้ Huawei ไม่สามารถเข้าถึงได้

ทำให้มือถือเรือธงซีรีส์ Mate 30 ที่เปิดตัวหลังเกิดเรื่อง ทำให้มันกลายเป็นมือถือรุ่นแรกของ Huawei ที่มาพร้อมกับระบบ Android 10 แต่ใช้ Huawei Mobile Services (HMS) แทนที่ Google Mobile Services ซึ่งทาง Huawei เอง ก็ยอมรับว่าระบบดังกล่าวยังคงต้องใช้เวลาในการพัฒนาอยู่อีกซักพักใหญ่เลย 

นอกจากนี้ Huawei ได้ลงทุนไปกว่า 1 พันล้านบาทเพื่อดึงนักพัฒนาแอปจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาเขียนแอปพลิเคชั่นต่างๆ ลง App Gallery เพื่อสร้าง Ecosystem อันแข็งแกร่งให้กับ Huawei Mobile Service แต่ก็ต้องมารอลุ้นกันอีกที เพราะล่าสุดทาง Huawei และรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเจรจาเรื่องสงครามการค้าที่แสนยืดเยื้อกันอยู่.. และดูจะมีความหวังขึ้นมาบ้างแล้วว่าทางสหรัฐอาจจะอนุญาตให้ Huawei ได้กลับมาทำการค้ากับ Google ได้อีกครั้ง ถ้าทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดี ไม่แน่เราอาจจะได้เห็นสุดยอดมือถือกล้องเทพ Mate 30 series กลับมาใช้งาน GMS ได้ปกติเหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไปก็ได้นะ

 

ที่มา: Huawei Central