หลายคนน่าจะเคยเจออาการเสียบแฟลชไดรฟ์หรือ External SSD ที่เป็น USB 3.0 แต่ความเร็วกลับช้าผิดปกติ ล่าสุดร้านคอมพิวเตอร์ Applied ในญี่ปุ่นออกมาแชร์ข้อมูลน่าสนใจว่า หนึ่งในสาเหตุอาจเกิดจากการ “เสียบ USB ช้าเกินไป” จนระบบตรวจจับอุปกรณ์เป็น USB 2.0 แทน

เรื่องนี้ไม่ใช่ความเชื่อหรือมุกในอินเทอร์เน็ต แต่สามารถเกิดขึ้นได้จริงกับหัว USB 3.x แบบ Type-A เนื่องจากภายในหัวเชื่อมต่อมีหน้าสัมผัสอยู่ 2 ชุด

ชุดแรกคือขาแบบ USB 2.0 จำนวน 4 ขา สำหรับไฟเลี้ยงและรับส่งข้อมูลแบบเดิม ส่วนอีก 5 ขาที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน จะใช้สำหรับการรับส่งข้อมูลแบบ SuperSpeed ของ USB 3.x

ดังนั้นเวลาค่อย ๆ เสียบหัว USB เข้าไป ขา USB 2.0 อาจสัมผัสและเริ่มทำงานก่อน ในขณะที่ขา SuperSpeed ด้านในยังเชื่อมต่อไม่ครบ หากหยุดค้างหรือเสียบช้ามาก ๆ อุปกรณ์และคอนโทรลเลอร์บางรุ่นอาจเริ่มเชื่อมต่อผ่าน USB 2.0 ไปแล้ว และไม่เปลี่ยนกลับมาใช้โหมด SuperSpeed แม้ว่าจะดันหัว USB เข้าไปจนสุดในภายหลังก็ตาม

ผลคืออุปกรณ์ USB 3.0 ที่ตามสเปกรองรับความเร็วสูงสุด 5 Gbps อาจเหลือความเร็วในระดับ USB 2.0 ซึ่งมีเพดานเพียง 480 Mbps ทำให้เวลาย้ายไฟล์ขนาดใหญ่เห็นความแตกต่างได้ค่อนข้างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า USB 3.0 ทุกเครื่องจะมีปัญหานี้ หรือจำเป็นต้องรีบเสียบแบบกระแทกเข้าไป เพียงแค่ควรเสียบหัว USB ให้ต่อเนื่องจนสุด ไม่หยุดค้างกลางทางก็เพียงพอ

หากใครเสียบ External SSD หรือแฟลชไดรฟ์ USB 3.x แล้วพบว่าความเร็วตกเหลือระดับ USB 2.0 แบบผิดปกติ วิธีแก้ง่ายที่สุดคือลองถอดออก แล้วเสียบกลับเข้าไปใหม่ให้สุดในจังหวะเดียว ก็มีโอกาสกลับมาเชื่อมต่อในโหมด SuperSpeed ได้ตามปกติ

ที่มา : superuser pbxscience