หลังจากที่ Apple เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้า iPhone Duo (รหัสโมเดล A3720) สมาร์ทโฟนจอพับ (Foldable iPhone) รุ่นแรกของค่ายไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ล่าสุดได้มีการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกจากเอกสาร Product Information Sheet และฉลากพลังงานยุโรป (EU Energy Label) อย่างเป็นทางการ เผยให้เห็นสเปคข้อมูลที่ไม่ได้ระบุตรงๆ ตอนเปิดตัว เช่น สเปคแบตเตอรี่ ความทนทาน และข้อมูลที่น่าสนใจทั้งหมดดังนี้

สเปคแบตเตอรี่และความจุ

  • ความจุแบตเตอรี่รวม : iPhone Duo มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ความจุรวม 4,883 mAh
  • โครงสร้างแบตเตอรี่แบบแยก 2 ก้อน : แบตเตอรี่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ก้อนภายใน เพื่อกระจายน้ำหนักตัวเครื่องให้สมดุลและรองรับกลไกการพับ
  • มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก : ตัวเครื่องรองรับเฉพาะ eSIM เท่านั้น ไม่มีช่องใส่ถาดซิมการ์ด ทำให้แบตเตอรี่และสเปคพลังงานเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก
  • ระบบชาร์จ : รองรับกำลังไฟที่ต้องการ 5 วัตต์ ผ่านพอร์ตเชื่อมต่อมาตรฐาน USB-C
  • ประสิทธิภาพพลังงาน : จัดอยู่ในคลาสประสิทธิภาพพลังงานระดับ A ตามมาตรฐานยุโรป

ระยะเวลาการใช้งานและอายุการใช้งาน

  • ระยะเวลาใช้งานต่อรอบ : ผลทดสอบมาตรฐานระบุว่าสามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 51 ชั่วโมง 30 นาที ต่อการชาร์จ 1 รอบ
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ : แบตเตอรี่ได้รับการออกแบบให้รักษาประสิทธิภาพสูงสุดได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 รอบการชาร์จ ภายใต้การตั้งค่าเริ่มต้น ช่วยยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานหลายปีโดยแบตเตอรี่ไม่เสื่อมสภาพเร็ว
  • แนวทางซ่อมบำรุง : โครงสร้างแบตเตอรี่รองรับการเปลี่ยนโดยช่างทั่วไปหรือผู้ใช้งาน ผ่านโครงการ Self Service Repair ของ Apple ที่ให้เข้าถึงคู่มือและอะไหล่แท้ได้

ข้อมูลความทนทานและการทดสอบทางเทคนิค

นอกเหนือจากแบตเตอรี่ เอกสาร Product Information Sheet ยังระบุความแข็งแกร่งของตัวเครื่องไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 : ป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 โดยรองรับการแช่น้ำได้ลึกสูงสุด 6 เมตร
  • ความแข็งแกร่งของหน้าจอ : ความทนทานต่อรอยขีดข่วนของหน้าจอวัดตามสเกลความแข็งของโมส์ (Mohs Hardness Scale) อยู่ที่ระดับ 5
  • การทดสอบตกกระแทก :
    • ผ่านการทดสอบตกกระแทกแบบปกติ ไม่น้อยกว่า 140 ครั้ง โดยตัวเครื่องไม่เสียหาย
    • ผ่านการทดสอบตกกระแทกขณะกางหน้าจอออกเต็มที่ 35 ครั้ง จัดอยู่ในเกณฑ์ความทนทาน Class B
  • การอัปเดตซอฟต์แวร์ : Apple รับประกันการอัปเดตระบบความปลอดภัยและความถูกต้องของฟังก์ชันขั้นต่ำ 5 ปี
  • คะแนนความยากง่ายในการซ่อม (Repairability Index) : อยู่ที่ 2.65 / 5 (Class C)
    • คะแนนแยกย่อย :
      • คะแนนการยึดติด/ตัวยึด (Fasteners) : 2.24 / 5
      • คะแนนเครื่องมือที่ใช้ในการซ่อม (Tools) : 1.12 / 5
      • คะแนนความพร้อมของอะไหล่ (Spare Parts) : 5.00 / 5
      • คะแนนการอัปเดตซอฟต์แวร์ (Software Updates) : 1.00 / 5
      • คะแนนข้อมูลการซ่อม (Repair Information Score) : 5.00 / 5

ที่มา : regulatoryinfo.apple, macrumors