นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบการโจมตีแบบ Ransomware รูปแบบใหม่ที่น่ากังวล เพราะครั้งนี้ไม่ได้มีแฮกเกอร์นั่งสั่งงานทีละขั้นเหมือนที่ผ่านมา แต่ใช้ AI Agent เข้ามาช่วยควบคุมการโจมตี ตั้งแต่สำรวจระบบ ค้นหารหัสผ่าน ไปจนถึงเข้ารหัสและลบฐานข้อมูล
ปฏิบัติการนี้ถูกตั้งชื่อว่า JADEPUFFER โดยทีมวิจัยจาก Sysdig ซึ่งมองว่าอาจเป็นหนึ่งในกรณีแรก ๆ ที่พบว่า AI สามารถควบคุมกระบวนการโจมตีแบบเรียกค่าไถ่ได้เกือบทั้งหมด หลังจากที่มนุษย์เป็นคนเลือกเป้าหมายและเริ่มต้นปฏิบัติการให้

เหตุการณ์นี้ไม่ได้เริ่มจากพนักงานเผลอกดไฟล์แนบหรือดาวน์โหลดมัลแวร์เข้าเครื่อง แต่เกิดจากเซิร์ฟเวอร์ Langflow ที่เป็นเครื่องมือโอเพนซอร์สสำหรับสร้าง AI Agent และระบบ AI ที่เปิดให้เข้าถึงผ่านอินเทอร์เน็ต และยังไม่ได้อุดช่องโหว่ CVE-2025-3248 ทำให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดจากระยะไกลได้
หลังเข้าถึงระบบสำเร็จ AI Agent ก็เริ่มสำรวจเครื่องทันที ทั้งตรวจสอบระบบปฏิบัติการ การเชื่อมต่อเครือข่าย และโปรเซสที่กำลังทำงาน พร้อมค้นหาข้อมูลสำคัญ เช่น API Key, Credential ของระบบ Cloud และรหัสผ่านฐานข้อมูล
จากนั้นมันใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกเจาะเป็นทางผ่านไปยังระบบ Production อีกเครื่องหนึ่ง ซึ่งมีฐานข้อมูล MySQL และระบบจัดการ Configuration อย่าง Nacos ก่อนเริ่มเข้ารหัสข้อมูล ลบตาราง และสั่งลบฐานข้อมูลหลายชุด เพื่อสร้างความเสียหายและเรียกค่าไถ่จากเหยื่อ
จุดที่ทำให้กรณีนี้ต่างจากมัลแวร์ทั่วไป คือ AI Agent ไม่ได้ทำงานตามสคริปต์แบบตายตัวเท่านั้น แต่สามารถดูผลลัพธ์แล้วเปลี่ยนวิธีโจมตีได้เอง หากคำสั่งล้มเหลว มันจะวิเคราะห์ข้อผิดพลาด แก้โค้ด แล้วลองใหม่ทันที

ทีม Sysdig ยกตัวอย่างช่วงหนึ่งที่ AI ล็อกอินไม่สำเร็จ ก่อนจะเปลี่ยนวิธี สร้างรหัสผ่านใหม่ และกลับเข้าสู่ระบบได้ภายในเวลาเพียง 31 วินาที แสดงให้เห็นว่ามันสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เร็ว โดยไม่ต้องรอให้แฮกเกอร์เข้ามาควบคุมเอง
อย่างไรก็ตาม คำว่า “AI โจมตีเอง 100%” อาจเกินจริงไปเล็กน้อย เพราะยังมีมนุษย์เป็นคนสร้างเครื่องมือ เลือกเป้าหมาย และเริ่มต้นการโจมตี เพียงแต่หลังจากปล่อย Agent เข้าไปแล้ว AI สามารถตัดสินใจและดำเนินการหลายขั้นตอนได้เอง
นอกจากนี้ ยังไม่มีหลักฐานว่า JADEPUFFER สามารถปรับโค้ดตัวเองเพื่อหลบ Antivirus หรือ EDR โดยตรง สิ่งที่ยืนยันได้คือมันสามารถสร้างและแก้ไข Payload ให้เหมาะกับสถานการณ์ รวมถึงเปลี่ยนแผนเมื่อวิธีเดิมใช้ไม่ได้
ส่วนคำกล่าวที่ว่า AI สามารถล็อกไฟล์ทั่วทั้งบริษัทได้ภายในไม่กี่นาทีก็ยังไม่ตรงนัก เพราะกรณีนี้มุ่งเป้าไปที่ฐานข้อมูลและระบบ Configuration เป็นหลัก ไม่ได้แพร่กระจายไปเข้ารหัสไฟล์บนคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง
ถึงอย่างนั้น JADEPUFFER ก็ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่า AI เริ่มเข้ามามีบทบาทในการโจมตีไซเบอร์จริงมากขึ้น เพราะสามารถตัดสินใจ เปลี่ยนแผน และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เอง ทำให้ฝ่าย IT มีเวลาตรวจจับและตอบสนองน้อยลงกว่าเดิม
ที่มา : bleepingcomputer

Comment