Tips

Tips&Trick : Line Dragonica Mobile TH กับเทคนิคการเล่นอาชีพ Gladiator

มาถึงอาชีพต่อมาถัดจาก Wizard และ Assasin ซึ่งถือเป็นอาชีพที่มีคนเล่นเยอะเป็นอันดับต้นๆ ของเกม Line Dragonica Mobile เลยนั้นก็คืออาชีพ Gladiator หรือเรียกเป็นภาษาบ้านๆ เลยก็คือ ดาบใหญ่ ผู้มาพร้อมกับความแข็งแกร่ง ดุดัน และมีความแรง ใครที่อยู่สู้ในระยะประชิดกับอาชีพนี้ต้องบอกเลยว่าสู้ยากมากๆ ดังนั้นในบทความนี้ผมก็จะมาแนะนำให้เพื่อนได้รู้จักกับอาชีพ Gladiator กันครับผม

มาถึงอาชีพต่อมาถัดจาก Wizard และ Assasin ซึ่งถือเป็นอาชีพที่มีคนเล่นเยอะเป็นอันดับต้นๆ ของเกม Line Dragonica Mobile เลยนั้นก็คืออาชีพ Gladiator หรือเรียกเป็นภาษาบ้านๆ เลยก็คือ ดาบใหญ่ ผู้มาพร้อมกับความแข็งแกร่ง ดุดัน และมีความแรง ใครที่อยู่สู้ในระยะประชิดกับอาชีพนี้ต้องบอกเลยว่าสู้ยากมากๆ ดังนั้นในบทความนี้ผมก็จะมาแนะนำให้เพื่อนได้รู้จักกับอาชีพ Gladiator กันครับผม

ความน่าเล่น 5/5

พลังโจมตี 5/5

หลบหลีก 1/5

เวทย์มนต์ 1/5

พลังชีวิต 3/5

โดยรวมแล้วเป็นอาชีพที่ทรงพลัง ดุดัน แข็งกร้าว อาศัยกล้ามเนื้อเป็นหลักในการเล่น 555 สกิลของอาชีพนี้เน้นสกิลการโจมตีหมู่ที่หนักหน่วงเป็นหลัก แต่อาชีพนี้มีข้อเสียคือการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้า สกิลออกค่อนข้างช้า รวมถึงการโจมตก็ช้าอีกด้วย ทำให้ไม่ต่อเนื่อง ไม่เหมาะกับคนที่ชอบต่อคอมโบแบบสนุกๆ เพราะอาชีพนี้เน้นเดินหน้า ฟันแทง อย่างเดียว 

 

สกิล Active ของ Gladiator

 สกิลที่ 1 Gust Slash

Level ที่ต้องการ : ได้ตั้งแต่เริ่มต้น

MP ที่ใช้ : 31

Cooldown : 11 วินาที

ความน่าใช้ : 0/5

ความสำคัญ : 0/5 

รายละเอียดสกิล : แกว่งดาบที่ด้านหน้าแล้วโจมตีเข้าใส่เป้าหมายอย่างรวดเร็วมากสุด 4 ตัว ต่อเนื่อง 3 ครั้ง และทำให้ศัตรูที่โดนโจมตีติด Burn สามารถโจมตีในขณะที่ล้มได้ด้วย

เป็นสกิลเริ่มต้นที่ไม่ควรใช้อย่างยิ่ง 555 แนะนำว่าอย่าอัพสกิลนี้เป็นที่สุดเพราะในช่วงแรก เรายังไม่ความจำเป็นที่จะต้องใช้สกิลขนาดนั้น ลำพังแค่การโจมตีธรรมดาก็เพียงพอแล้ว

 สกิลที่ 2 Wyvern Blade

Level ที่ต้องการ : ได้ตอน Level 8 

MP ที่ใช้ : 47

Cooldown : 12 วินาที

ความน่าใช้ : 4/5

ความสำคัญ : 4/5 

รายละเอียดสกิล : สร้างลมด้วยการหมุนอย่างรุนแรงและเข้าโจมตี มอนสเตอร์ที่โดนโจมตีจะติด Burn

เป็นสกิลหากินสกิลนึงของอาชีพนี้ เหมาะสมกับทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการเก็บเลเวล PVP PVE ลงบอสต่างๆ เพราะว่ามันจะจะทำการโจมตีรอบตัวทั้งหมด แนะนำให้อัพลด MP การใช้ลง 3-4 , และระยะของสกิล 1- 3 เพื่อให้ใช้ได้บ่อยขึ้นกับระยะกว้างมากขึ้น

 สกิลที่ 3 Whirlwind 

Level ที่ต้องการ : ได้ตอน Level 16

MP ที่ใช้ : 66

Cooldown : 12 วินาที

ความน่าใช้ : 4/5

ความสำคัญ : 4/5 

รายละเอียดสกิล : หมุนตัวโจมตีเข้าหาศัตรูและโจมตีต่อเนื่อง มีโอกาสโดนโจมตีในระหว่างที่หมุนตัวได้

เป็นอีกสกิลที่ควรอัพเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันสามารถคอมโบร่วมกับสกิล Wyvern Blade ได้เป็นอย่างดี ใช้ได้ทุกรูปแบบ แนะนำให้อัพอัพลด MP การใช้ลง 2-4 , และระยะของสกิล 1- 3 เพื่อให้ใช้ได้บ่อยขึ้นกับระยะกว้างมากขึ้น

 

 สกิลที่ 4 Death Bound

Level ที่ต้องการ : ได้ตอน Level 24

MP ที่ใช้ : 84

Cooldown : 14 วินาที

ความน่าใช้ : 1/5

ความสำคัญ : 1/5 

รายละเอียดสกิล : ทุบไปที่พื้นด้วยพลังรุนแรงเพื่อโจมตีเข้าใส่เหล่าเป้าหมายที่อยู่โดยรอบและทำให้ติด Burn

น้อยมากนักที่สกิลสุดท้ายของแต่ละอาชีพ จะไม่ค่อยน่าอัพเท่าไหร่ เนื่องจากสกิลนี้ของอาชีพนี้ไม่ค่อยมีประโยชน์ ควรอัพสกิลที่ 2 กับ 3 ให้เต็มจะดีกว่า ความแรงเหนือกว่าสกิลนี้มากนัก นอกจากนี้สกิลนี้ยังไม่มีคอมโบต่อเนื่องอีกด้วย

 

สกิล Passive ของ Gladiator

 สกิลที่ 1 Power Mastery

Level ที่ต้องการ : ได้ตั้งแต่เริ่มต้น

MP ที่ใช้ : –

Cooldown : –

ความน่าใช้ : 5/5

ความสำคัญ : 5/5

ควรอัพเต็มอย่างยิ่งเพราะเป็นสกิลที่จะช่วยเพิ่ม Str ซึ่งเป็นสเตตันสำคัญอย่างยิ่งสำหรับขาลุยระยะประชิดแบบอาชีพนี้ และควรอัพเป็นสกิลแรกเสียด้วย อย่าลืมนะ อิอิ

 สกิลที่ 2 Sword plishing

Level ที่ต้องการ : ได้ตั้งแต่เริ่มต้น

MP ที่ใช้ : –

Cooldown : –

ความน่าใช้ : 5/5

ความสำคัญ : 5/5

สกิล Passive อีกสกิลนึงที่จำเป็นอย่างมากกับอาชีพนี้ ควรอัพเต็มเป็นสกิลที่ 2 อย่าลืม!! เพราะมันจะช่วยเพิ่ม Max ATK เป็น % ซึ่งมันจะช่วยได้เยอะเลยทีเดียวในช่วงที่เรามีพลังโจมตีเยอะๆ

 สกิลที่ 3 Fitness Training

Level ที่ต้องการ : ได้ตั้งแต่เริ่มต้น

MP ที่ใช้ : –

Cooldown : –

ความน่าใช้ : 4/5

ความสำคัญ : 3.5/5

เป็นสกิลที่เหมาะกับสาย Auto หรือเน้นยืนระยะนานๆ ซึ่งมันจะช่วยเพิ่ม HP เป็น % สำหรับผมแล้วสกิล Passvie สกิลนี้เหมาะกับสายผมนะ เพราะมันจะช่วยให้เราอึดขึ้นอีกนิด แต่เหมาะกับการอัพในช่วงท้ายๆ แล้ว ประมาณ 40 + เพราะช่วงนั้น HP ของเรามันเยอะมากพอที่จะเพิ่มเยอะๆ แล้ว 

 สกิลที่ 4 Body Activation

Level ที่ต้องการ : ได้ตั้งแต่เริ่มต้น

MP ที่ใช้ : –

Cooldown : –

ความน่าใช้ : 4/5

ความสำคัญ : 3.5/5

เช่นเดียวกับสกิลที่ 3 แต่สกิลนี้จะเพิ่ม DEF เป็น % ซึ่งมันจะเห็นผลในช่วงท้ายๆ แล้ว ในช่วงแรกยังไม่ควรอัพอย่างยิ่ง เหมาะกับสาย Auto หรือเน้นยืนระยะนานๆ ไม่เหมาะกับสายที่เน้นสกิลแล้วจบๆ ไป ส่วนตัวผมอัพนะ เพราะมันช่วยได้ระดับนึงเลยละ

แนวทางการอัพสกิลของ Gladiator

ช่วง Level 1 – 10 : ช่วงแรกให้เน้นอัพสกิล Passive อย่าง Power Mastery ไปก่อนเพราะมันจะช่วยให้เราเก็บเลเวลในช่วงแรกอย่างสบายๆ 

ช่วง Level 11- 20 : ในช่วงนี้อัพ Power Mastery ให้เต็มแล้วตามด้วย Sword plishing เพื่อรีดพลังโจมตีของตัวเราให้ออกมาเยอะที่สุด

ช่วง Level 21- 30 : ในช่วงนี้มีหลายทางเลือกมากๆ ไม่ว่าจะเป็นอัพสกิล หรืออัพ Passive ต่อ ถ้าอยากเล่นสายสกิลแล้วก็ให้อัพสกิล Wyvern Blade ก่อนเลยเป็นอันดับแรก จากนั้นตามด้วย Whirlwind แต่ถ้าอยากเล่นแบบเรื่อยๆ ชิวๆ ก็ให้อัพ Passive Fitness Training หรือ Body Activation ครับ

ช่วง Level 31- 40 : จะคล้ายๆ กับในช่วงที่ผ่านมา ขึ้นอยู่กับสายมาแบบไหน ซึ่งในช่วงต่อไปก็สามารถอัพตามใจชอบได้แล้ว

แนวทางการเล่น Gladiator

ขอออกตัวก่อนเลยว่า อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ผมชื่นชอบที่สุดในเกมนี้เลยก็ว่าได้ เพราะมันเป็นอาชีพทีลุยคนเดียวได้ Solo Player ได้ดีกว่าอาชีพอื่นๆ ในสายตาผมนะ เพราะในช่วงแรกก่อนเลเวล 20 เราสามารถผ่านได้แบบชิวๆ เรื่อยๆ ตีแรง อึดถึงจะไม่เท่า Knight ก็ตาม ไม่เปลืองยา ไม่ต้องใช้สกิลก็แรง ซึ่งมันตรงตามใจผมมาก 555 แนวทางการเล่นก็ในช่วงแรกเน้นอัพสกิล Passive อย่างเดียวเลย

จากนั้นให้หาอาวุธดีมาใช้ ซึ่งอาวุธแรกเราจะได้อาวุธระดับ S ในช่วงเลเวล 10 ก่อนที่เลเวล 10 นั้นให้เราเร่งเก็บเลเวลให้ไวที่สุดเพื่ออัพให้ถึง จะได้ 3 ดางหรือไม่นั้นอย่าเพิ่งไปสนใจ เพราะเมื่อเราได้ใส่อาวุธ S แล้วเราจะสบายอย่างมาก ฟันมอนแปบเดียวก็ล้มหมดแล้ว จากนั้นเราก็จะได้เสื้อเกราะระดับ A มานะ ถ้าจำไม่ผิด 555 มันจะช่วยให้เราโดนเบาลงอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นหน้าที่เราคือเก็บเลเวลไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบมัน ยิ่งถ้าเป็น VIP 2 แล้วยิ่งสบายเลยละ

 

 

Leave a Reply

To Top