fbpx
Android Device Reviews

REVIEW | รีวิว Samsung Galaxy Z Fold4 จากประสบการณ์คนที่ไม่เคยใช้มือถือจอพับมาก่อนเลย

ผมเองมีโอกาสได้ลอง Samsung Galaxy Z Fold4 มาใช้งานเป็นเครื่องหลักในชีวิตประจำวันดูครับ โดยรีวิวนี้จะมาจากประสบการณ์การใช้งานของคนที่ไม่เคยใช้มือถือจอพับมาก่อน ทำให้ได้แง่มุมหลายอย่างมาเล่าให้เพื่อน ๆ ได้ฟังกัน พร้อมไขข้อสงสัยในเรื่องความสะดวกในการพกพา ประโยชน์ของจอพับ และเรื่องอื่น ๆ อย่างสเปคเครื่องและกล้องที่อัปเกรดมาใหม่ ใครที่ยังลังเลใจว่าจะซื้อดีมั้ยลองมาอ่านกันดูก่อนตัดสินใจได้ครับ

ดีไซน์ตัวเครื่องแสนคุ้นเคย

ตัวเครื่อง Samsung Galaxy Z Fold4 ก็ไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรจากรุ่น Z Fold3 เท่าไหร่ ปีนี้มีจุดเด่นเป็นบานพับที่ปรับขนาดให้เล็กลงกว่าเดิมจากการเปลี่ยนดีไซน์ภายใน ซึ่งช่วยลดน้ำหนักตัวเครื่องลงไปได้จากรุ่นที่แล้วเหลือ  263 กรัม เวลาจับถือขึ้นมาก็ยังรู้สึกหนักอยู่หน่อย ๆ ครับ แต่ส่วนตัวผมคิดว่าไม่ได้หนักถึงขนาดรู้สึกเมื่อยหรือใช้งานลำบาก กำลังถือกระชับได้สบายนะ แต่ด้วยความหนาของเครื่องนี้ เวลาใส่กระเป๋ากางเกงก็จะเห็นเป็นรอยชัดขึ้นมาครับ ใส่กางเกงฟิต ๆ นี่ไม่ได้เลย ^ ^

ด้วยตัวฝาหลังเป็นเหล็กผิวด้าน เวลาจับแล้วไม่ค่อยขึ้นเป็นรอยนิ้วมือให้เห็นชัด ส่วนขอบเป็นเหล็กเนื้อมันวาว ตัวที่ผมใช้เป็นสี Graygreen เป็นเทาออกเขียว ดูเป็นทางการหน่อย ๆ ทั้งหมดรวมแล้วทั้งรูปลักษณ์และสัมผัสให้ความรู้สึกพรีเมียมดี

หน้าจอแสดงผลด้านใน

ส่วนเรื่องไซส์ขนาดจอด้านในกว้าง 7.6 นิ้ว เป็นจอแบบ Dynamic AMOLED 2X มี Adaptive Refresh Rate จาก 1 – 120Hz เวลาใช้งานจริงก็ไม่มีกระตุกช่วงเปลี่ยน Refresh Rate แต่อย่างใด ไถใช้งานแอปต่าง ๆ มีความลื่นสมเป็นตัวเรือธง รองรับทุกสายการใช้งานครับ ส่วนประสบการณ์ใช้หน้าจอด้านในเวลากางออกมา บอกได้เลยว่าใช้งานแล้วสะใจมาก ๆ  คือก่อนใช้ก็รู้อยู่แล้วว่ามันกางออกมาเป็นจอใหญ่ การใช้งานก็จะคล้าย ๆ แท็บเล็ต แต่พอมันเป็นเครื่องกึ่งระหว่างมือถือกับแท็บเล็ต ทีนี้ถึงกับบรรลุความชอบใหม่ ที่ทำให้ได้ใช้หน้าจอกว้าง ๆ ทำอะไรได้มากกว่า แต่ก็ยังจับและถือสะดวกไม่หนักเท่าแท็บเล็ตครับ ชอบมาก ๆ

แต่ด้วยความที่ทรงจอเป็นเกือบเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสด้วยอัตราส่วน 21.6:8  เวลาดูคลิปทั่วไปที่มีอัตราส่วน 16:9 ก็จะขึ้นแถบดำบนล่างเยอะนะ ยกเว้นว่าคุณจะดูคลิปเก่า ๆ ที่มีอัตราส่วน 4:3 อันนั้นก็คงเต็มจอไม่ค่อยมีแถบดำอะไร แต่สำหรับคอเกมเล่นแล้วมันขึ้นเต็มจอเลย มุมมองของแต่ละเกมก็จะแตกต่างกันไป คือภาพใหญ่ขึ้นเต็มตาจริง แต่สำหรับเกมที่ต้องการจอยาวๆ มองแผนที่เยอะๆ อาจจะต้องลองปรับอัตราส่วนดู

ส่วนอีกเรื่องที่อาจขัดใจผู้ใช้งานคงจะเป็นรอยตรงกลางจอด้านในอย่างที่หลาย ๆ คนเคยเห็นภาพกันมาแล้ว แต่เวลาใช้งานจริงเรามองจอตรง ๆ มันจะไม่ได้เห็นรอยชัดนะ ยิ่งถ้าเป็นหน้าจอสีสว่าง ๆ ก็แทบไม่ได้สังเกตเท่าไร อาจมีช่วงที่จอสะท้อนแสงจากดวงไฟบางมุมที่จะเห็นรอยขึ้นมาบ้าง แรกๆ ขัดตาเล็กน้อย บ่อยๆ ไปก็เริ่มชิน เอาจริงๆ แค่รอยพับ มันก็ดีกว่าพวกติ่งหรือ notch ที่มาบังจออะ อันนี้เรายังเห็นทุกอย่างเต็มตา ไม่โดนตัดหรือบังเนอะ

หน้าจอแสดงผลด้านนอก

Samsung ใช้จอ Dynamic AMOLED 2X มี Adaptive Refresh Rate 48 – 120Hz วัดมุมแทยงได้ขนาด 6.2 นิ้วเหมือนกับในรุ่น Z Fold3 แต่ปีนี้มีการปรับขอบจอให้บางลง และขยับสัดส่วนเล็กน้อย ทำให้มีพื้นที่ใช้งานมากขึ้นอีกหน่อยครับ ก็แน่นอนว่าความลื่นและสีสันจอสวยสดเป็นธรรมชาติเช่นเดียวกันกับจอด้านใน แต่ผมยังมองว่ามีจุดสะดุดเวลาใช้งานคือเรื่องสัดส่วนความกว้างของจอ ที่ยังรู้สึกแคบเวลาใช้พิมพ์ในแนวตั้งอยู่ดีครับ อาจจะต้องปรับตัวกันหน่อย สำหรับภาษาอังกฤษตัวปุ่มแป้นยังจะพอใหญ่หน่อย แต่พอเปลี่ยนเป็นภาษาไทยแล้ว… ยอมรับว่าพิมพ์ยากอยู่ แต่ถ้าใช้อ่านดูรูปภาพหรืออะไรอย่างอื่นในแนวตั้ง ผมว่าขนาดเพียงพอการใช้งานครับ

ซึ่งการใช้งานสับไปมาระหว่างจอก็สะดวก ถ้าเล่นหน้าจอนอกอยู่แล้วต้องการเปลี่ยนไปจอด้านใน พอกางขึ้นมาพวกแอปอะไรก็จะเปลี่ยนขนาดไปขึ้นอีกหน้าทันที รวดเร็วและสะดวกมาก ๆ แต่ถ้าเล่นจอด้านในแล้วพับลงมันจะถือเป็นการกดปิดจอนะครับ ถ้าอยากให้มันสลับไปจอด้านนอกก็ไปกดตั้งค่าก่อนได้

ราชาแห่งการ Multitask

Galaxy Z Fold4 มาด้วยอัปเดต Android 12L เพิ่มแถบ Taskbar ด้านล่างจอเหมือนที่มีในคอมพิวเตอร์ กดสลับใช้งานแอปได้ไวกว่าเดิม แถมรุ่นนี้เปิดโอกาสให้เราแบ่งหน้าจอได้มากสุดถึง 8 จอ! เยอะมากจนผมเองก็ไม่เคยใช้ถึงนะ แต่ระบบการแบ่งจออะไรก็ทำออกมาลื่นไหลด้วยดีไซน์ที่ใช้คู่กับชิปตัวแรง ใช้ทำงานหรือเปิดแอปพร้อมกันได้ดีมาก แถมยังมีฟีเจอร์ปรับขนาดอะไรได้ตามใจชอบ ดูได้ในหน้า Advanced Features ได้เลย ลองเล่นแล้วสนุกมาก

ซึ่งรุ่นนี้ก็ยังมีการรองรับ S Pen ไว้ให้ขีดเขียนได้ ซึ่งก็เขียนได้ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ มาพร้อมฟังก์ชันการทำงานครบครันตามสไตล์ Samsung ที่เค้าเก่งด้านการจดโน้ตต่าง  ๆ อยู่แล้ว มีแอปของเค้าที่รองรับการใช้งานได้เลยไม่ต้องโหลดใหม่ให้เสียเวลาครับ อันนี้ก็เหมาะกับสายทำงาน ต้องจดต้องเซ็นอะไรจบได้ในเครื่องนี้

Flex Mode

เวลาพับจอปล่อยค้างไว้จะเป็นการเปิด Flex Mode ให้ใช้งานครับ ก็จะมีหน้าแผงควบคุมพิเศษขึ้นมาให้กดเปิด notification, แคปหน้าจอ, ปรับแสง/เสียง, และใช้เป็น touchpad ไว้คุมเม้าส์ในจอฝั่งบนได้ด้วย อันนี้บางแอปก็จะมีรองรับ Flex Mode แบบพิเศษให้ อย่าง Youtube ที่จะแบ่งจอฝั่งบนเป็นวิดีโอ และจอฝั่งล่างเป็นแถบคอมเมนต์

อีกแอปที่มีจุดเด่นด้วยโหมดนี้คือตัวแอป Camera ที่เวลาพับจอลงครึ่งนึงพวกปุ่ม control ต่าง ๆ ก็จะลงไปอยู่แถบล่าง จอภาพไปอยู่ฝั่งด้านบน ถือเป็นการถ่ายภาพมือถือแบบที่ไม่เคยลองมาก่อน อันนี้ก็ใช้ได้ดีอยู่ แต่ปรับองศาจอมากไม่ได้เพราะเราต้องดูจอแสดงภาพครับ

แต่มีไม่กี่แอปเท่านั้นที่ดีไซน์มารองรับ Flex mode โดยเฉพาะ ผมเลยคิดว่ามันยังมีโอกาสพัฒนาต่อไปได้อีก ถ้าคนนิยมใช้มือถือจอพับกันมากเรื่อย ๆ ผู้พัฒนาแอปก็คงคิดไอเดียมารองรับโหมดนี้มากขึ้นครับ

ใช้เล่นเกมลื่นไหล จอใหญ่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้

ด้วยความที่เป็นมือถือรุ่นเรือธง สเปคเค้าก็ต้องอัปเกรดมาแบบจัดเต็มให้ใช้งานกันได้ดีที่สุด โดยรุ่น Galaxy Z Fold4 ใช้ชิป Snapdragon 8+ Gen 1 การันตีความแรงอยู่แล้ว พ่วงมากับ RAM LPDDR5  กับหน่วยความจำ UFS 3.1 จะใช้เปิดเกมไหน ๆ ก็รวดเร็ว ปรับการฟิกสูง ๆ ได้สบาย แถมประสบการณ์เล่นในจอที่กางออกมานี่รู้สึกดีสุด ๆ เพราะจอกว้างเลยเห็นอะไรได้เยอะ เวลาถือเล่นก็รู้สึกไม่หนักเกินไปเท่ากับเวลาถือแท็บเล็ต ใครมาแนวเล่นเกมไม่ว่าจะแนวไหนรับรองว่าใช้งานคุ้มอะ บอกเลย

Genshin Impact ปรับ Highest Quality ก็ไม่มีกระตุกซักแอะ ภาพคมชัดสีสวย เล่นแล้วฟิน

PUBG ปรับสูงสุดแล้วก็ลื่น ๆ เครื่องไม่ร้อนเลยครับ เล่นไปเถอะยาว ๆไม่ต้องห่วงอะไร

แต่มีเรื่องที่อยากพูดถึงอยู่อย่างนึง คือเรื่องความร้อนเวลาเล่นเกม ที่ถ้าปรับสูง ๆ ก็ต้องร้อนเป็นธรรมดา แต่ถ้าเราถือโดยใช้ฝั่งที่มีกล้องเป็นที่จับก็จะโดนความร้อนไปเต็ม ๆ เพราะตัวชิปมันอยู่ข้างกล้องน่ะสิครับ แต่พอจะกลับด้านถือ ก็กลายเป็นว่ามือจะไปบังลำโพงซะอย่างงั้น อันนี้ก็เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยากให้รู้ไว้สำหรับชาวเกมเมอร์นะ

กล้องถ่ายภาพระดับเรือธง

มาเรื่องตัวกล้องกันบ้าง รุ่นนี้มาด้วยระบบกล้องหลังแบบเดียวกันกับที่ใช้ใน Samsung Galaxy S22+ เด๊ะเลย ก็แน่นอนว่าพกความเทพของกล้องเรือธง Samsung มาด้วยกัน 3 ตัวคือกล้องหลัก 50MP มีกันสั่น OIS + กล้อง Ultrawide 12MP + กล้อง Telephoto 10MP มีกันสั่น OIS ซูม optical 3x และซูม digital ได้สูงสุดถึง 30x และด้วยการที่เราใช้จอด้านนอกได้ ทำให้ใช้ถ่ายเซลฟี่โดยใช้ระบบกล้องหลังพวกนี้ได้ทุกตัว ถือเป็นข้อดีอีกอย่างของการใช้มือถือจอพับครับ

ลองกดถ่ายแช๊ะ ๆ ดูรูปไหนก็สวย คมชัด ภาพถ่ายตอนกลางวันนี่สีสดใส ท้องฟ้าคือสวยเกินหน้าเกินตามาก ๆ ถ้ากางจอออกมาจะมีให้เลือกแสดงภาพที่เพิ่งถ่ายไปให้ดูง่าย ๆ และมีหน้า Space Zoom ช่วยให้เราเห็นภาพใหญ่ว่ากำลังซูมไปตรงไหนด้วย แต่ถ้ายังอยากได้ภาพที่ยังดูดีอยู่ ซูมไปเต็มที่ 10x ก็น่าจะพอครับ กิมมิคกล้องพวกนี้บางคนอาจไม่ได้ใช้ แต่ก็ดีใจที่มีในแอปกล้องของเครื่องเองเลย

ส่วนภาพตอนกลางคืนที่จะเรียกใช้โหมด Nightography ก็ดูสว่างตามที่เค้าว่าไว้ มีการเกลี่ย noise ให้ภาพดูเนียนตามากขึ้น แถมเก็บสีสันได้ครบดูฉูดฉาดดี

กล้องหน้าแบบ Under-display Camera

พอมาเรื่องของกล้องหน้า รุ่นนี้ก็มีความพิเศษอยู่ที่กล้องเป็นแบบใต้หน้าจอ under-display camera เป็นเทคนิคการซ่อนกล้องเพื่อให้ใช้งานจอกันได้โดยไม่มีอะไรมารบกวนครับ ซึ่งปีนี้ได้พัฒนารูปแบบการวางพิกเซลทำให้ตัวกล้องหน้าซ่อนอยู่เนียนมากขึ้น ทำเอาผมมองหากล้องหน้าไม่ค่อยเจอเลย

จุดนี้ผมยอมใจ Samsung ที่เอาเทคโนโลยีใหม่มาใส่ให้เราได้ลองใช้กัน แม้ผลลัพธ์ภาพถ่ายที่ออกมาจะทำให้หลาย ๆ คนชะงักกันไปบ้าง เพราะภาพจากกล้องหน้าด้านในจอยังคงมีความคมชัด สีสัน ความสวยงามที่ด้อยกว่ากล้องทั่วไปอย่างมาก ถือว่าได้อย่างก็ต้องเสียอย่างนะ ถ้าจะใช้คอลวิดีโอเห็นหน้า ใช้เข้าประชุม ตัวกล้องหน้านี้ก็โอเคอยู่ แต่ถ้าอยากเซลฟี่เก็บความทรงจำไว้ขอแนะนำว่าสลับไปใช้กล้องหลังดีกว่า

แบตเตอรี่

ปีนี้แบตเตอรี่ก็ยังเป็นความจุ 4400 mAh เหมือนรุ่นที่แล้วครับ แต่อย่าคิดไปว่าตัวเลขน้อยจะไปสู้ใครเค้าไม่ไหว เพราะหลังจากลองใช้งานจริงตั้งแต่ 9 โมงเช้า หยิบจับมาลองกล้อง เล่นแอปโซเชี่ยล ใช้แอปธนาคาร ใช้ตอบข้อความ อยู่จนถึงประมาณห้าทุ่มกว่า แบตเหลือ 31% อันนี้คือไม่ได้เล่นเกมนะ แต่ถ้าจะออกไปข้างนอกแล้วใช้เป็นมือถือหลักประจำวันผมว่ามีเกินพอ เหลือๆ มาถึงบ้านแน่นอน แปลว่าตัวนี้เค้าปรับระบบจัดการพลังงานมายอดเยี่ยมเลย

ความทนทาน

แล้วพอมีชิ้นส่วนที่ขยับได้หลายคนก็อาจกังวลเรื่องความทนทานเรื่องข้อพับ ซึ่งพอลองใช้งานจริงก็หายห่วงไปเลย เพราะแต่ละชิ้นส่วนดูแข็งแรงทนทานดีมาก ๆ เวลากางจอต้องใช้แรงขยับช่วงแรกนิดนึง และพูดได้เลยว่าจะใช้มือเดียวกางออกมาไม่ได้แน่นอนเพราะที่พับไว้มันปิดแน่นใช้ได้  ส่วนเวลาจะพับจอปิดลงก็จะมีเสียงแก่ก เหมือนลงล็อคไว้เรียบร้อย ตรงนี้ให้ความรู้สึกว่าตัวเครื่องมันถึกอยู่เอาเรื่อง

ส่วนความทนทานของจอด้านในนี่เค้าก็บอกว่ามีความทนทานมากขึ้น ใช้ Ultra Thin Glass มาครอบทับไว้ ซึ่งเท่าที่ใช้มาก็ยังไม่ได้เกิดเป็นรอยอะไรครับ แต่เค้าก็มีเตือนกันไว้ว่าอย่าใส่ของไว้ด้านในเวลาพับมือถือลงเดี๋ยวจะเสียหายได้ และก็เคยมีคลิปคนใช้เล็บขูดจอให้เป็นรอยกันอยู่ ยังไงก็ไม่แนะนำเอาไปโดนอะไรแรง ๆ อยู่ดีนะ แต่ใช้งานทั่วไปปกติ ไม่ต้องกลัวอะไร

ส่วนจอด้านนอกอันนี้ก็เหมือนจอปกติทั่วไปครับ แต่ด้วยความที่มันอยู่ด้านนอกก็จะสัมผัสโดนนู่นนี่มากกว่าจอด้านใน ตรงนี้มีเกิดเป็นรอยจาง ๆ เล็ก ๆ อยู่บ้าง ทางทีดีหาฟิล์มมาใส่ไว้กันไว้อีกระดับนึงดีกว่านะ

และรุ่นนี้เค้ามีการกันน้ำ IPX8 จมน้ำลึก 1.5 เมตรได้ยาวนาน 30 นาที ดังนั้นจะโดนละอองน้ำ หยดมาอะไรนิดหน่อยก็ทนได้ แต่ในรุ่นนี้ก็ยังไม่มีการกันฝุ่นอยู่ดีครับ ดังนั้นก็ควรระวังอย่าให้ไปอยู่กับเศษดินเศษทราย และคอยเช็ดให้สะอาดบ่อย ๆ ก็ดี

สรุปรีวิว GALAXY Z FOLD4

หลังจากผ่านการใช้งานมาแล้ว เห็นข้อดีของเจ้าเครื่องนี้ในหลายด้านครับ ตัวชูโรงของมันคือฟังก์ชันที่หลากหลาย เก่งเรื่อง Multitasking จากการใช้จอใหญ่เวลากางออกมาครับ พูดง่าย ๆ มันคือแท็บเล็ตที่ถือได้สะดวกรุ่นนึงนี่แหละ เรื่อง Software ของ Samsung ก็คิดมารองรับการใช้งานได้ครบครัน ส่วนเรื่องฮาร์ดแวร์อย่างที่บอกว่าแข็งแรงทนทานพร้อมลุยได้ทุกที่ จะใช้ทำงาน ใช้เล่นโซเชี่ยล ดูหนังฟังเพลง ก็ไม่ติด ใช้เล่นเกมส์ยิ่งสะใจเข้าไปใหญ่เลย

แต่สิ่งที่ต้องแลกมากับฟังก์ชันล้น ๆ ของเครื่องนี้ ก็ยังเป็นประเด็นเดิมกับในรุ่นก่อน ๆ คือความหนักและหนาของเครื่อง ที่เวลาพกใส่กระเป๋ากางเกงมีนูนออกมา และรู้สึกหนักกว่ามือถือทั่วไปครับ จุดนี้อาจทำให้เป็นเครื่องที่ไม่เหมาะกับคนที่ทำกิจกรรมแอคทีฟตลอดเวลา

แต่สำหรับคนที่ทำงานออฟฟิศ มีเคลื่อนที่ไปไหนไม่เยอะ หรือถ้าเคลื่อนที่ก็คือพกมือถือไปทำงาน เซ็นเอกสาร เตรียมพรีเซ้นต์ อันนี้ก็กลายเป็นเครื่องที่ตอบโจทย์ได้ดีกว่าแท็บเล็ตด้วยซ้ำ เพราะพกพาง่ายกว่า แต่ใช้ทำงานได้จริง ส่วนจะใช้เป็นเครื่องเสพสื่อความบันเทิง เล่นเกมต่าง ๆ อันนี้ผมว่าก็ใช้ได้ยอดเยี่ยมอีกเหมือนกัน เพราะเป็นกิจกรรมที่เล่นได้เวลาอยู่ในที่พัก ไม่ต้องแบกไปไหนมาไหนเยอะครับ

สุดท้ายแล้ว Galaxy Z Fold4 ก็ไม่ได้เป็นมือถือที่เกิดมาให้ชีวิตคนใช้ลำบากกว่าเดิม แต่เป็นรุ่นที่เสนอสิ่งดี ๆ ให้เราได้เลือกครับ ถ้าต้องการหยิบมือถือมาใช้งานไว ๆ ก็ใช้จอด้านหน้าได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าตอนไหนอยากได้จอใหญ่มาทำงาน หรือเสพสื่อบันเทิง ก็เพียงแค่ให้หยิบแล้วกางมันออกมาแค่นั้น เราก็จะได้รูปแบบการทั้งงานทั้งสองอย่าง ที่พกได้ในกระเป๋าแค่ข้างเดียว

ลองใช้แล้วผมว่าเป็นไอเดียที่กำลังพัฒนามาถูกทาง และถือเป็นเทคโนโลยีชิ้นนึงที่พร้อมให้ทุกคนได้ลองแล้ว หากคิดจะซื้อเครื่องนี้แล้วมีกำลังทรัพย์พร้อม รับรองว่าไม่ผิดหวังครับ

สเปค GALAXY Z FOLD4

  • จอด้านใน : Dynamic AMOLED 2X ขนาด 7.6 นิ้ว ความละเอียด 2176 x 1812 รีเฟรชเรท 120Hz รองรับ S Pen
  • จอด้านนอก : Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.2 นิ้ว, ความละเอียด 2316 x 904 รีเฟรชเรท 120Hz ครอบด้วย Gorilla Glass Victus+
  • CPU : Snapdragon 8+ Gen 1
  • RAM : 12GB
  • ความจุ : 256GB / 512GB / 1TB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลัก 50MP (f/1.8) ระบบกันสั่น OIS ออโต้โฟกัส Dual Pixel
    – กล้องอัลตร้าไวด์ 12MP (f/2.2)
    – กล้องเทเลโฟโต้ 10MP (f/2.4) ระบบกันสั่น OIS ซูม Optical 3x / Digital 30x
  • กล้องเซลฟี่ด้านนอก : 10MP (f/2.2)
  • กล้องเซลฟี่ด้านใน (ใต้จอ) : 4MP (f/1.8)
  • การเชื่อมต่อ : 5G, WiFi 6e
  • เซนเซอร์ : สแกนลายนิ้วมือ (ด้านข้าง), สแกนใบหน้า
  • แบตเตอรี่ : 4,400mAh ชาร์จแบบสายไวสูงสุด 25W ชาร์จแบบไร้สาย 15W
  • ระบบ Android 12 ครอบด้วย One UI
  • มาตรฐานทนน้ำ IPX8
  • ขนาด / น้ำหนัก : พับ 155.1 x 67.1 x 15.8 มม. / กาง 155.1 x 130.1 x 6.3 มม. / 263 กรัม
  • สีที่วางจำหน่าย : Graygreen, Phantom Black, Beige

Leave a Reply

To Top

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save