fbpx
Editorial

นาฬิกา Smart Watch ช่วยเฝ้าระวังอาการ Happy Hypoxia ของโควิด-19 ได้ด้วยฟีเจอร์วัดระดับออกซิเจน SpO2

Smart Watch หรือ Smart Band ทุกวันนี้ต้องบอกว่ามีการใส่เซนเซอร์เข้ามาให้มากมาย เห็นเรือนเล็กๆ แต่ตรวจวัดค่าต่างๆ ได้หลายอย่าง ซึ่งหนึ่งในฟีเจอร์ที่หลายคนอาจมองข้าม หรือใช้เพียงแค่ตรวจสอบคุณภาพการนอน อย่างเซนเซอร์วัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) วันนี้น่าจะเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น เมื่อออกซิเจนในเลือดที่ลดลง อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อ COVID-19 ก็เป็นได้

เหตุผลที่เป็นเช่นนั้น เริ่มต้นจากเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2564 มีรายงานพบผู้ป่วย COVID-19 ที่ตรวจพบออกซิเจนในเลือดต่ำโดยไม่ได้มีอาการแสดงใด ๆ ที่บ่งบอกถึงภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำเลย ทั้งที่โดยปกติร่างกายเราจะต้องตอบสนองด้วยการหายใจที่บ่อยขึ้น ยาวขึ้น เพื่อรักษาระดับออกซิเจนในร่างกายไปแล้ว ซึ่งมีการเรียกภาวะนี้ว่า Silent hypoxia หรือ Happy hypoxia1

Happy Hypoxia อาการร้ายแรงจากโควิดที่มาแบบเงียบ ๆ

Happy hypoxia ส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย? ปกติแล้วเมื่อออกซิเจนในร่างกายลดลงจนถึงจุด ๆ หนึ่ง จะเกิดการกระตุ้นส่วนที่เรียกว่า Carotid body ซึ่งอยู่ใกล้กับหลอดเลือดแดงใหญ่บริเวณคอ การกระตุ้นนี้จะส่งผลให้ร่างกายตอบสนองด้วยอาการ “หิวอากาศหายใจ” คือผู้ป่วยจะมีอากาศหายใจเร็ว และรู้สึกหายใจไม่อิ่ม (Dyspnea) ซึ่งอาการเหล่านี้จะพบได้ในผู้ป่วยโรคปอดบวม หรือผู้ป่วยที่มีภาวะทางเดินหายใจล้มเหลว และที่สำคัญคือมันน่าจะเจอในผู้ป่วย COVID-19 ด้วย 

และปัญหามันก็อยู่ตรงที่ว่าผู้ป่วย COVID-19 บางรายอาจจะไม่แสดงอาการหิวอากาศหายใจเลย แถมยังใช้ชีวิตได้ไม่ต่างจากคนปกติเสียด้วยซ้ำ จนกระทั่งระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงมากจนร่างกายไม่สามารถทนได้แล้ว ค่อยแสดงอาการออกมาอย่างชัดเจน และอาการเหล่านั้นยังมีความรุนแรงจนอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว

ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบว่าเหตุใดผู้ป่วย COVID-19 จึงไม่แสดงอาการของภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ แต่ก็มีหลักฐานมากพอที่บ่งชี้ว่าการติดเชื้อโคโรนาไวรัส มีส่วนทำให้ Carotid body ทำงานผิดเพี้ยน และไม่เกิดการตอบสนองต่อระดับออกซิเจนในเลือดที่ลดลง

เซนเซอร์ SpO2 ในนาฬิกาช่วยเฝ้าระวังโควิดได้

กลับมาที่ประเด็นของเรากันนะครับ เหตุใด Smart Watch หรือ Smart Band ที่มาพร้อมฟีเจอร์วัดปริมาณออกซิเจนในเลือด  จึงมีประโยชน์ในช่วงการระบาดของ COVID-19 ?? 

จากความเสี่ยงในการเกิดภาวะ Happy hypoxia ของผู้ป่วย COVID-19 ที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น ทำให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ติดเชื้อ สามารถเฝ้าระวังความรุนแรงของโรคได้จากระดับออกซิเจนในเลือด ด้วยเซนเซอร์ SpO2 ใน Smart Watch หรือ Smart Band อย่างน้อยมันก็ช่วยเตือนให้คุณไปตรวจเช็คซ้ำกับแพทย์ในโรงพยาบาล เพื่อดำเนินการตรวจหาเชื้อได้อย่างทันท่วงที 

นอกจากนี้ เนื่องจากการวัดอุณหภูมิร่างกาย (วัดไข้) อาจจะไม่สามารถบ่งบอกถึงการติดเชื้อได้ เพราะเครื่องวัดอุณหภูมิมีความคลาดเคลื่อนได้จากหลายปัจจัย (เช่น อุณหภูมิในสิ่งแวดล้อมรบกวนการตรวจ) หรือผู้ป่วยอาจจะไม่มีไข้เลยก็ได้ ทำให้การวัดอุณหภูมิร่างกายคงไม่เพียงพอต่อการคัดกรอง 

จากรายงานของหน่วยบริการสุขภาพแห่งชาติในประเทศอังกฤษ2 จึงเพิ่มวิธีการคัดกรองโดยใช้เซนเซอร์ SpO2 วัดระดับออกซิเจนในเลือด และยังแนะนำให้ประชาชนซื้อติดไว้คอยคัดกรองบุคคลในครอบครัวที่มีความเสี่ยงต่อการเชื้อ COVID-19 ด้วย หากระดับออกซิเจนในเลือดเริ่มลดลงเรื่อย ๆ ให้สงสัยว่าคน ๆ นั้นอาจติดโคโรนาไวรัส จำเป็นต้องส่งตรวจเพิ่มเติมและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด (แม้เขาจะไม่แสดงอาการป่วยใด ๆ ออกมาเลย)

การทำงานของเซนเซอร์ SpO2

การทำงานของเซนเซอร์วัดออกซิเจนในเลือด ใน Smart Watch และ Smart Band จะใช้หลักการสะท้อนของแสง หากสังเกตดี ๆ เซนเซอร์จะปล่อยแสงสีแดง (บางแบรนด์ใช้สีเขียว) พร้อมคลื่นอินฟราเรดที่ตามนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ออกมาพร้อมกัน แสงสีแดงจะทะลุผ่านเฉพาะเม็ดเลือดแดงที่มีออกซิเจนมาก ในขณะที่คลื่นอินฟราเรดจะทะลุผ่านเฉพาะเม็ดเลือดแดงที่มีออกซิเจนน้อย3 


image credit : GARMIN : Pulse Ox

ดังนั้น การประเมินระดับออกซิเจนในร่างกาย จะดูจากปริมาณแสงสีแดงที่สะท้อนกลับสู่อุปกรณ์ของคุณนั่นเอง ซึ่งอุปกรณ์วัดระดับออกซิเจนปลายนิ้วที่นิยมใช้กันในโรงพยาบาล ก็อาศัยหลักการสะท้อนของแสงเช่นเดียวกันครับ

ตัวอย่าง Smart Watch และ Smart Band ที่มีฟีเจอร์วัดระดับออกซิเจนในเลือด

สำหรับ Smart Watch – Smart Band ที่สามารถตรวจวัดความเข้มข้นของออกซิเจน (SpO2) ได้ เรารวบรวมมาให้ตรงนี้ละกัน ถ้าตกหล่นไปก็มาแจ้งเพิ่มเติมได้ (ปล. บางรุ่นจะวัดต่อเมื่อกดสั่งเท่านั้น ไม่สามารถติดตามวัดค่าเองได้ตลอดทั้งวันนะ ซึ่งเราจะทำเครื่องหมาย ◐ เอาไว้ให้นะครับ และโปรดเช็คสเปคอีกครั้งก่อนซื้อนะครับ)

Apple

  • Apple Watch Series 6

Huawei

  • Huawei Honor Band 5 SpO2
  • Huawei Watch Fit 2020
  • Huawei Watch GT
  • Huawei GT2 Pro/GT2e
  • Huawei Band 4 Pro ◐
  • Huawei Band 6 ◐

Honor

  • Honor Magic Watch 2 ◐
  • Honor Band 6 ◐

Garmin

  • Garmin Forerunner
  • Garmin Vivoactive 4
  • Garmin Vivosmart 4
  • Garmin Instinct Solar
  • Garmin Venu SQ

Fitbit

  • Fitbit Versa 3
  • Fitbit Sense

OPPO

  • Oppo Band ◐

Samsung

  • Samsung Galaxy Watch3

TicWatch

  •  TicWatch 3 Pro

Xiaomi

  • Mi Watch
  • Amazfit GTR 2 / 2e ◐
  • Amazfit T-Rex Pro ◐
  • Amazfit Bip U Pro ◐

SpO2 นับว่าเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว โดยเฉพาะในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ถึงกระนั้น การป้องกันก็ดีกว่าการตามแก้ไขนะ ยังไงเพื่อน ๆ ก็อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งก่อนออกจากบ้านกันด้วยนะครับ

 

ที่มา

  • 1 Study explains fluctuation in blood oxygenation levels in COVID-19 patients | Aninews
  • 2 Covid-19: Patients to use pulse oximetry at home to spot deterioration | BMJ
  • 3 Pulse Ox Pulse Oximetry Functionality | Garmin

 

 

2 Comments

  1. Avatar

    tekkasit Post on January 6, 2021 at 5:29 pm

    #1025613

    1. อุปกรณ์พวกนี้ ระดับ consumer grade ไม่ใช่ medical grade นะครับ
    2. ต่อให้เป็น medical grade device สังเกตว่าเค้าใช้งานแบบจำเพาะที่มากๆ เช่น งับตรงปลายนิ้ว งับตรงติ่งหู เป็นต้น และเลือกระดับความแรงเองไม่ได้ ซึ่งต่างกับสายนาฬิกา ที่แล้วแต่คนจะรัด รัดแน่น รัดอ่อน

    คือ มันอาจจะใช้เปรียบเทียบในตัวเองได้ แต่จะถือเอาเป็นสรณะ น่าจะลำบากครับ

    • Avatar

      tmriddle Post on January 7, 2021 at 9:21 am

      #1025627

      1.ใช่ครับ แต่ใช้ดูคร่าวๆ ได้
      2.อันนั้นมันออกแบบมาให้ใช้กับติ่งหูหรือปลายนิ้ว เอามารัดแขนไม่ได้เช่นกันครับ
      3.ความแรงในการรัด ส่งผลต่อการวัดยังไงนะครับ

Leave a Reply

To Top