fbpx
News

ทำความรู้จัก Sense ID ระบบสแกนลายนิ้วมือ 3 มิติโดยใช้คลื่นเสียงของ Qualcomm

ในงาน CES 2016 นั้นทาง Qualcomm ได้จับมือกับผู้ผลิตมือถือ LeTV เปิดตัว Le Max Pro สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 820 ตัวท็อปของปี 2016 ซึ่งมาพร้อมกับ “Qualcomm Sense ID” ระบบสแกนนิ้วมือแบบ 3 มิติโดยใช้คลื่นเสียงอัลตราโซนิค (ultrasonic) ที่เคลมว่าแม่นยำและปลอดภัยกว่าระบบสแกนลายนิ้วมือที่อยู่ในมือถือปัจจุบันทุกรุ่น เรามาทำความรู้จักเทคโนโลยีนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า

ในงาน CES 2016 นั้นทาง Qualcomm ได้จับมือกับผู้ผลิตมือถือ LeTV เปิดตัว Le Max Pro สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 820 ตัวท็อปของปี 2016 ซึ่งมาพร้อมกับ “Qualcomm Sense ID” ระบบสแกนนิ้วมือแบบ 3 มิติโดยใช้คลื่นเสียงอัลตราโซนิค (ultrasonic) ที่เคลมว่าแม่นยำและปลอดภัยกว่าระบบสแกนลายนิ้วมือที่อยู่ในมือถือปัจจุบันทุกรุ่น เรามาทำความรู้จักเทคโนโลยีนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า

 

สำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ใช้กันบนมือถือในยุคปัจจุบันจะเป็นเซ็นเซอร์แบบ Capacitive ที่อาศัยไฟฟ้าสถิตจากการสัมผัสนิ้วลงบนเซ็นเซอร์ทำเป็นรูปภาพลายนิ้วมือออกมา ซึ่งจะเป็นภาพ 2 มิติแบนๆเท่านั้น แต่สำหรับ Sense ID จะใช้คลื่นเสียงอัลตราโซนิคส่งออกไปกระทบกับลายนิ้วมือ เพื่อสร้างเป็นภาพ 3 มิติที่มีรายละเอียดความตื้นลึกของเส้นลายนิ้วมือชัดเจน hardware ที่ใช้จะมีตัวส่ง (transmitter) สำหรับส่งคลื่นเสียงออกไป และตัวรับ (receiver) ที่คอยจับจังหวะการสะท้อนกลับของคลื่นเสียง เพื่อวัดความลึกของผิวสัมผัสนั่นเอง

 

ภาพ 3 มิตินั้นทำการปลอมแปลงได้ยากกว่าภาพ 2 มิติอยู่แล้ว ทำให้ Sense ID มีความปลอดภัยสูงมากกว่าเซ็นเซอร์ทั่วไปหลายเท่าตัว นอกจากนั้นการใช้คลื่นเสียงจะสามารถทะลุทะลวงผ่านวัสดุได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น กระจก, อะลูมิเนียม หรือพลาสติก ดังนั้น Sense ID จะสามารถอยู่ด้านหลังหรือถูกฝังอยู่ในวัสดุที่บอกมาได้ เพราะไม่ต้องการการสัมผัสจริงๆ “ความชื้นบนนิ้วมือ” ก็ไม่เป็นปัญหาเช่นกัน และเมื่อไม่มีการสัมผัส ก็จะช่วยลดความเสียหายที่เกิดจากการโดนกระแทกได้อีกด้วย

สำหรับการเก็บข้อมูลลายนิ้วมือของผู้ใช้ไม่ให้โดน hack ได้ก็เป็นเรื่องสำคัญของระบบสแกนลายนิ้วมือ ในระบบ Sense ID ของ Qualcomm จะมีวงจรพิเศษที่ชื่อว่า QBIC (Qualcomm Biometric Integrated Circuit) ที่คอยสื่อสารกับตัวเซ็นเซอร์เพื่อรับรู้และเก็บข้อมูลลายนิ้วมือไว้บนชิป จากนั้นจะเป็นตัวกลางที่คอยประสานงานกับตัว CPU Snapdragon เพื่อให้สามารถนำเอาลายนิ้วมือไปใช้ใน software ต่างๆได้

นอกจากนั้นใน Snapdragon 820 ยังมี “สถาปัตยกรรม Secure MSM” ที่จะเป็นกุารแบ่งแยกพื้นที่ประมวลผลข้อมูลสำคัญที่ต้องมีการเข้ารหัสเพื่อความปลอดภัย ออกจากการประมวลผลอย่างอื่นของ OS แนวทางนี้จะช่วยป้องกันให้ข้อมูลของผู้ใช้มีความปลอดภัยมากขึ้นเพราะถูกเก็บอยู่ใน hardware เฉพาะและต้องใช้คำสั่งพิเศษในการเข้าถึง รวมไปถึงฟีเจอร์ FIDO (Fast Identity Online) ที่จะนำลายนิ้วมือไปใช้ตรวจสอบและอนุมัติการทำธุรกรรมออนไลน์ โดยไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลลายนิ้วมือออกจากเครื่องเลย

โดยรวมแล้ว “การสแกนลายนิ้วมือโดยใช้คลื่นเสียง” แบบ Sense ID นั้นมีประโยชน์และข้อดีหลายอย่าง ทั้งเรื่องความรวดเร็ว, ความปลอดภัย และการประยุกต์ใช้กับวัสดุได้หลายแบบ ด้วยความสามารถขณะนี้ ผมว่าเราอาจจะได้เห็น “มือถือที่สามารถสแกนลายนิ้วมือได้โดยการแตะหน้าจอ” ในเวลาไม่นานแล้วครับ

 

ตัวอย่างมือถือที่สามารถสแกนลายนิ้วมือได้โดยการแตะหน้าจอ

 

ที่มา: Android Authority

12 Comments

  1. LinkWii777

    LinkWii777 Post on January 9, 2016 at 10:31 am

    #939373

    ความชิ้นบนนิ้วมือ >>> ความชื้นบนนิ้วมือ​

  2. ps000000

    ps000000 Post on January 9, 2016 at 2:43 pm

    #939375

    ก้อพัฒนากันไป
    ผมสนใจเรื่องความร้อนของ820

  3. sem

    sem Post on January 9, 2016 at 3:31 pm

    #939377

    แตะบนบอดี้ตรงไหนก็ได้แล้วสิ ผุ้ผลิตก็มีไอเดียเยอะขึ้นมากกว่าต้องใส่ปุ่มสแกนไว้ 2ที่ ตามที่เห็นๆกันบนมือถือตอนนี้ (ผมเข้าใจถูกใช่มั้ย 55)

  4. Avatar

    SSlover Post on January 9, 2016 at 7:30 pm

    #939385

    อันนี้ดูดีกว่าแสกนม่านตาเยอะ

    • sarawutian

      sarawutian Post on January 9, 2016 at 10:58 pm

      #939397

      สแกนม่านตาก็ดีครับ แต่มันยังพัฒนาไม่สุดแค่นั้นเอง มันพึ่งเริ่ม (เห็นใน Surface4 ล่ำมากๆ ใส่แว่นอะไรก็ปลดล็อกได้ เร็วด้วย)

    • Avatar

      por311 Post on January 9, 2016 at 11:53 pm

      #939402

      พัฒนาสุดแค่ไหน ก็น่าจะได้แค่ความเร็ว ความแม่นยำ อ่ะสิคับ. พัฒนาให้เทพแค่ไหน ก็ต้องยกขึ้นมาส่องหน้าอยู่ดี

      มันดี มันเวิร์ค แต่นึกถึงตอนใช้งานสิครับ บนรถ บนรถสาธารณะ ในห้าง ฯลฯ ผมว่ามันเขิลๆ ดูตลกๆ อ่ะ

      เทียบกะแสกนลายนิ้วมือแบบนี้ดีกว่าเยอะนะผมว่า แตะจอก็ปลดล็อกเลย ไม่ต้องเอาไปไว้ข้างหลังเครื่องด้วย

    • e-a-k

      e-a-k Post on January 10, 2016 at 8:57 pm

      #939431

      ถ้ามันพัฒนาจนแค่เหลือบตาไปมองได้ก็โอเคแล้วครับ เพราะยังไงก็ต้องมองจออยู่แล้ว

      ส่วนสแกนนิ้วได้ทุกจุด ผมว่ามันก็สะดวกเหมือนกัน เร็วกว่าสะดวกคนละสถานการณ์มากกว่าครับ

    • Avatar

      kornselo Post on January 10, 2016 at 12:30 am

      #939405

      สแกนม่านตา ดียังไง ก็สู้ สแกนนิ้วไม่ได้หรอก
      มีข้อจำกัดเยอะ

      เช่น ใส่คอนเท็กเลนส์ สีๆ
      และที่สำคัญเวลา นอนในห้องมืด ยิบมือถือขึ้นมาสแกนตายังไง
      ต้องเปิดไฟหรอ

      ทุกคนคงมีประสบการเวลา เช็คมือถือตอนนอนนะ อย่างกะสปอตไลท์
      ส่องหน้า ตานี่แบบว่า น้ำตาจะไหล จะมาให้เอามาสแกนตาอีก ก็ดูดูลำบาก

    • sarawutian

      sarawutian Post on January 11, 2016 at 4:22 am

      #939442

      มันเป็นเซ็นเซอร์ครับ สแกนในความมืดได้ ใส่แว่นดำยังสแกนได้เลย ของ Microsoft
      สแกนนิ้วรุ่นแรกผมก็เคยใช้ของ Moto Atrix ลากจนนิ้วบวมถึงจะติด ไม่กี่ปีต่อมันมันพัฒนาได้อยางที่เห็น

    • Avatar

      kornselo Post on January 11, 2016 at 4:54 am

      #939447

      โห..พึ่งรู้ว่า แสกนตัวมืดได้
      หรือใส่แว่นดำแล้วยังสแกนได้
      มีรายละเอียดป่าวครับ
      อยากรู้ถึงความแม่นยำ ของมันมาก ว่าถ้ามืด
      หรือใส่แว่นมันจะแม่นยำขนาดไหน

    • sarawutian

      sarawutian Post on January 11, 2016 at 8:21 pm

      #939489

      ดูนาทีที่ 1.08

  5. Avatar

    erkark Post on January 10, 2016 at 9:21 pm

    #939432

    เอา cpu กินไฟน้อยใช้ได้ 7วันแทนได้ไหมเนี่ย

Leave a Reply

To Top