fbpx
News

ผู้ใช้งาน Zoom เวอร์ชั่นฟรี จะไม่ได้รับการเข้ารหัสแบบ End-to-end เผื่อกรณีถูกขอตรวจสอบข้อมูลจากทางการ

Zoom แอปพลิเคชั่นวิดีโอคอลยอดนิยม ได้ออกมาเผยข้อมูลว่าจะไม่เปิดให้ผู้ใช้ฟรีได้รับการเข้ารหัสแบบ end-to-end โดยนาย Eric Yuan ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Zoom ได้ให้เหตุผลถึงเรื่องนี้เอาไว้ว่า ทาง Zoom เกรงว่าจะมีผู้ที่นำแอปพลิเคชั่นไปใช้งานในทางที่ผิด และอาจโดนขอตรวจสอบข้อมูลของผู้ใช้งานจากทางการ

สำหรับผู้ใช้งานฟรี − แน่นอนว่าเราไม่ต้องการให้ใช้แอปที่มีการเข้ารหัสแบบ end-to-end เพราะเราต้องการที่จะให้ความร่วมมือกับ FBI และการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละท้องถิ่น ในกรณีที่มีผู้ใช้งาน Zoom ในทางที่ไม่ดี

ที่ผ่านมาแพลตฟอร์มฟรีที่มีการเข้ารหัสแบบ end-to-end เช่น WhatsApp ต้องรับมือกับการถูกตรวจสอบอย่างหนักในหลายประเทศ เพราะ WhatsApp ไม่สามารถติดตามต้นทางของข้อความแชทต่าง ๆ ในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้นมาได้ ซึ่งดูเหมือนว่า Zoom คงจะไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์ลักษณะดังกล่าว จึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายของแต่ละประเทศทั่วโลกเพื่อไม่ให้มีปัญหากับทางการนั่นเอง

Alex Stamos ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยของ Zoom กล่าวว่า ทางบริษัทต้องการที่จะจับบุคคลที่มีพฤติกรรมทำผิดซ้ำซาก เช่น ผู้ใช้คำพูดที่แสดงความเกลียดชัง หรือเนื้อหาที่เป็นการล่อลวงเด็กเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ ซึ่งการไม่ให้ผู้ใช้งานแบบฟรีได้รับการเข้ารหัสแบบ end-to-end นั้นเพื่อที่จะสามารถสืบหาตัวผู้ใช้งานดังกล่าวได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า Zoom จะคอยจับตาดูวิดีโอคอลอยู่ตลอดนะครับ

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา The Intercept สำนักข่าวออนไลน์จากประเทศอังกฤษรายงานว่า Zoom ไม่ได้ใช้การเข้ารหัสแบบ end-to-end ทั้งที่มีการอ้างในเว็บไซต์และเอกสารด้านความปลอดภัยเอาไว้ ซึ่งต่อมา Zoom ก็ได้ออกมาขอโทษต่อกรณีดังกล่าว และได้ให้เหตุผลว่าในตอนนั้นแอป Zoom ยังไม่มีฟีเจอร์สำหรับการเข้ารหัส (แต่ในตอนนี้นั้นมีแล้ว)

และเมื่อเดือนที่แล้ว Zoom ได้เข้าซื้อ Keybase ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านการเข้ารหัส เพื่อใช้ความเชี่ยวชาญในด้านการเข้ารหัสและการรักษาความปลอดภัยของ Keybase มาไว้บนแพลตฟอร์มของ Zoom เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการรักษาความปลอดภัย และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้ใช้งานอีกด้วย

 

ที่มา : The Next Web

Leave a Reply

To Top