ช่วงต้นปีนี้ การแข่งขันของสมาร์ทโฟนเรือธงในบ้านเรานั้นถือว่าเงียบเหงาพอสมควร เพราะเหลือเพียงแค่ไม่กี่เจ้าที่ทำการวางขาย แต่ถ้าเรามาดูสมาร์ทโฟนในช่วงราคาต่ำกว่าหมื่นนั้นกลับมีการแข่งขันที่สูสีกันมากขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นช่วงราคาที่มีความต้องการของตลาดมากกว่าในช่วงราคาของเรือธง ทางผู้ผลิตหลายๆ เจ้าจึงได้ทำการอัพเกรดสเปคให้กับสมาร์ทโฟนของตัวเองในช่วงราคานี้ วันนี้เราก็ได้ทำการนำสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจในช่วงราคานี้มาประชันกัน โดยจะมี OPPO F1, Samsung Galaxy J7, Lenovo K4 Note และ Asus Zenfone Selfie มาดูกันว่ารุ่นไหนมีจุดเด่น จุดด้อยตรงไหนกันบ้างครับ

ตารางเปรียบเทียบ OPPO F1, Samsung Galaxy J7, Lenovo K4 Note และ Asus Zenfone Selfie

 

OPPO F1

Samsung Galaxy J7

Lenovo K4 Note

Asus Zenfone Selfie

ราคา

8,990 บาท

8,900 บาท

7,590 บาท

8,990 บาท

OS

Android 5.1 (Lollipop)

Android 5.1 (Lollipop)

Android 5.1 (Lollipop)

Android 5.0 (Lollipop)

CPU

Qualcomm Snapdragon 616 Quad-core 1.7GHz

Exynos 7580 Octa-core 1.5GHz

MediaTek MT6753 Octa-core 1.3GHz

Qualcomm Snapdragon 615 Octa-core 1.4GHz

GPU

Adreno 405

Mali-T720MP2

Mali-T720MP3

Adreno 405

หน่วยความจำ

RAM 3GB + ROM 16GB + microSD สูงสุด 128GB

RAM 1.5GB + ROM 16GB + microSD สูงสุด 128GB

RAM 3GB + ROM 16GB + microSD สูงสุด 128GB

RAM 3GB + ROM 32GB + microSD สูงสุด 128GB

หน้าจอ

IPS LCD 5.0 นิ้ว 720 x 1280 พิกเซล (~294 ppi)

Super AMOLED 5.5 นิ้ว 720 x 1080 พิกเซล (~267 ppi)

IPS LCD 5.5 นิ้ว 1080 x 1920 พิกเซล (~401 ppi)

IPS LCD 5.5 นิ้ว 1080 x 1920 พิกเซล (~403 ppi)

SIM

2 ซิม (Nano-SIM / Micro-SIM) แชร์ช่องกับ microSD

2 ซิม (Micro-SIM)

2 ซิม (Micro-SIM)

2 ซิม (Micro-SIM)

เครือข่ายที่รองรับ

2G / 3G / 4G ทุกเครือข่าย

2G / 3G / 4G ทุกเครือข่าย

2G / 3G / 4G ทุกเครือข่าย

2G / 3G / 4G ทุกเครือข่าย

Wi-Fi

Wi-Fi 802.11 b/g/n, Wi-Fi direct, Wi-Fi hotspot

Wi-Fi 802.11 b/g/n, Wi-Fi direct, Wi-Fi hotspot

Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Wi-Fi direct, Wi-Fi hotspot

Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi hotspot

การเชื่อมต่อ

Bluetooth v4.0, A2DP // microUSB 2.0, USB Host

Bluetooth v4.1, A2DP // microUSB 2.0

Bluetooth v4.0, A2DP, LE // รองรับ NFC // microUSB 2.0

Bluetooth v4.0, A2DP, EDR // microUSB 2.0, USB Host

กล้องหลัง

13 ล้านพิกเซล, f/2.2 + Phase Detection Autofocus + LED flash

13 ล้านพิกเซล, f/1.9 + Autofocus + LED flash

13 ล้านพิกเซล, f/2.2 + Phase Detection Autofocus + dual-LED flash

13 ล้านพิกเซล, f/2.0 + Laser Autofocus + dual-LED flash

 

บันทึกวิดีโอ 1080p@30fps

บันทึกวิดีโอ 1080p@30fps

บันทึกวิดีโอ 1080p@30fps

บันทึกวิดีโอ 1080p@30fps

กล้องหน้า

8 ล้านพิกเซล, f/2.0

5 ล้านพิกเซล, f/2.2, LED flash

5 ล้านพิกเซล

13 ล้านพิกเซล, f/2.2, dual-LED flash

เสียง

ลำโพงและช่องหูฟัง 3.5 มม. + ไม่รองรับการฟังวิทยุด้วย RDS

ลำโพงคู่หน้าและช่องหูฟัง 3.5 มม. + ฟังวิทยุได้ด้วย RDS

ลำโพงและช่องหูฟัง 3.5 มม. + ฟังวิทยุได้ด้วย RDS

ลำโพงและช่องหูฟัง 3.5 มม. + ฟังวิทยุได้ด้วย RDS

Sensors

Accelerometer, Proximity, Compass

Accelerometer, Proximity

Fingerprint, Accelerometer, Gyro, Proximity, Compass

Accelerometer, Gyro, Proximity, Compass

GPS

A-GPS

A-GPS, GLONASS

A-GPS

A-GPS, GLONASS

แบตเตอรี

2,500 mAh ถอดเปลี่ยนแบตไม่ได้

3,000 mAh ถอดเปลี่ยนแบตได้

3,300 mAh ถอดเปลี่ยนแบตไม่ได้

3,000 mAh ถอดเปลี่ยนแบตได้

ขนาดและน้ำหนัก

143.5 x 71 x 7.3 มม., 134 กรัม

152.2 x 78.7 x 7.5 มม., 171 กรัม

153.6 x 76.5 x 9.2 มม., 158 กรัม

156.5 x 77.2 x 10.8 มม., 170 กรัม

จุดเด่น จุดด้อย 

นอกเหนือจากสเปคข้างต้นแล้ว ทั้ง 4 เครื่องทีมงาน droidsans ได้ทดสอบ-ลองจับมาหมดแล้วจึงอยากขอสรุปประสบการณ์การใช้งานออกมาพอสังเขปตามนี้เลยครับ

OPPO F1: เป็นสมาร์ทโฟนที่ทาง OPPO ให้ฉายาว่า “Selfie Expert” ซึ่งเมื่อถ่ายออกมาแล้วก็ถือว่าทำออกมาได้ดี แถมโหมด beauty ก็ปรับหน้าออกมาได้เนียน สวยแบบหน้าไม่ดูหลอก กล้องหลังถ่ายภาพออกมาได้สีสันสวยงาม มีโหมดให้เลือกใช้งานมากมาย สำหรับตัวเครื่องนั้นมีวัสดุเป็นโลหะ ทำให้ตัวเครื่องนั้นบางและเบา (เพราะเครื่องเล็กกว่ารุ่นอื่นด้วยแหละ) ได้ความรู้สึกที่พรีเมี่ยม การใช้งานจริงนั้นทำได้อย่างลื่นไหลดีไม่เจอปัญหาอะไรระหว่างการทดสอบ เรื่องซิมน่าเสียดายนิดหน่อยที่ถาดใส่ซิมนั้นเป็นแบบ hybrid ต้องเลือกระหว่างการใส่ซิมหรือ microSD การ์ด ส่วนแบตเตอรี่ถือว่าอยู่ในระดับที่มาตรฐาน ไม่ได้อึดแบบใช้งานข้ามวันได้ ซึ่งรุ่นนี้ดูจะเหมาะกับสาวๆ ที่จะชอบการถ่ายเซลฟี่เป็นอย่างมาก เพราะด้วยขนาดที่พอดีมือ และกล้องหน้าที่ถ่ายออกมาได้ดีนั่นเองครับ ถ้าหากว่าใครสนใจ OPPO F1 ก็สามารถอ่าน พรีวิว และ รีวิว ได้เลยครับ หรือจะดูการทดสอบ Selfie Test เทียบกับรุ่นอื่นๆ ก่อนก็ได้

Samsung Galaxy J7: เป็นสมาร์ทโฟนอีกรุ่นของ Samsung ที่แม้สเปคจะได้มาไม่เต็มที่ แต่ประสบการณ์ในการใช้งานนั้นถือว่าโอเคอยู่ ที่เด่นที่สุดจะเป็นเรื่องแบตเตอรี่อึดทนนานข้ามวัน ประสิทธิภาพการใช้งานค่อนข้างโอเค ถึงแม้ว่าจะให้ RAM มาเพียง 1.5GB ลื่นกว่าที่คิดเอาไว้ ทั้งเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง และเล่นโซเชียลมีเดียต่างๆ ส่วนหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว นั้นยังมีความละเอียดเพียง HD อยู่ ติดอยู่แค่เรื่อง GPS ที่ไม่มี Compass sensor เวลาเดินทางนี่มีงงเลย เพราะลูกศรไม่ยอมหมุนตามในแผนที่ ส่วนเรื่องกล้องนั้นต้องบอกว่ากล้องหน้าดีกว่าที่คาดหวังไว้มาก ซึ่งใน Selfie Test ครั้งก่อนก็ทำคะแนนได้เป็นอันดับ 2 รองจาก Sony เลย ส่วน Blind Test กล้องหลังที่เอาไปวัดกับรุ่นใหญ่อย่าง iPhone ก็สามารถทำคะแนนได้เป็นที่สองเช่นเดียวกัน หรือจะอ่าน รีวิว ของเจ้า Galaxy J7 ดูก่อนก็ได้ครับ

Lenovo K4 Note: ถึงแม้ชื่อชั้นอาจจะไม่ได้โด่งดังเท่ารุ่นอื่นในการเปรียบเทียบครั้งนี้ แต่ก็เป็นรุ่นที่จัดเต็มมากที่สุดในเรื่องของสเปค แถมราคาก็ยังถูกกว่าเพื่อน โดย K4 Note เป็นรุ่นเดียวในการเปรียบเทียบครั้งนี้ที่มาพร้อมกับ fingerprint sensor ซึ่งหาได้ยากมากในช่วงราคาแบบนี้ และมีแบตที่อึดใช้ได้เลยทีเดียว ส่วนชิป MT6753 กับ RAM 3GB ก็ใช้งานได้อย่างสบายๆ เรื่องของกล้องก็ถ่ายภาพออกมาได้ดีในที่แสงเยอะ ส่วนกล้องหน้าถึงแม้ว่าจะมีความละเอียดน้อยกว่า OPPO F1 แต่ก็ได้รับคะแนนผลโหวตในการทดสอบ Selfie Test สูสีไม่แพ้กันเลย น่าเสียดายที่ฟีเจอร์ของกล้องนั้นมีน้อยมาก (มากจริงๆ) เรียกได้ว่า K4 Note เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจมากๆ ในช่วงราคานี้ ส่วนความรู้สึกและสัมผัสแรกของ K4 Note นั้นจะเป็นอย่างไรลองเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ในการ แกะกล่องพรีวิว เลย ปัญหาใหญ่ในช่วงแรกที่เจอกันคือ LINE ไม่แจ้งเตือน ซึ่งเห็นว่ามีการออกอัพเดทซอฟท์แวร์แก้ไขแล้ว ยังไงลองตรวจสอบเรื่องนี้อีกทีก่อนซื้อนะ

Asus Zenfone Selfie: แค่ชื่อรุ่นก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นสมาร์ทโฟนสาย selfie ด้วยกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 13 ล้านพิกเซล สามารถปรับได้โหมดต่างๆ ได้เหมือนกับที่กล้องหลังทำได้ แถมยังมาพร้อมกับไฟแฟลชกล้องหน้าแบบ dual-LED อีกด้วย ภาพที่ถ่ายออกมาก็ถือว่าคุณภาพใช้ได้เลยทีเดียว ซึ่งการทดสอบ Selfie Test ก็ถือว่าทำคะแนนออกมาได้ไม่แพ้ Galaxy J7 นอกจากนี้ถ้าชอบถ่ายรูปเยอะๆ หรือเก็บเพลง ลงแอพเยอะๆ ก็ไม่ต้องห่วง เพราะว่าได้หน่วยความจำภายในเริ่มต้นที่ 32GB ส่วน RAM 3GB ก็เหลือเฟือกับการใช้งาน แต่จะมีติดตรงที่หน้าจอไม่ค่อยสว่าง ทำให้มองเห็นหน้าจอได้ยากเวลาเจอแดดจัดๆ อีกอย่างหนึ่งคือขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ อาจจะถือลำบากหน่อยสำหรับคนที่มือเล็กครับ

[เพิ่มเติม] เห็นในซีรียส์ Zenfone 2 จะมีรุ่นที่ RAM4GB / หน่วยความจำ 32GB ขายอยู่ที่ 9,990 บาท ซึ่งก็เป็นอีกตัวที่โดยรวมน่าสนใจนะ ถ้าไม่ได้จะเน้นเรื่องกล้องมาก เอาความแรงเป็นหลัก ตัวนี้ก็จัดว่าน่าสนใจไม่น้อย และเห็นมีตัว limited edition เข้ามาขายในช่วงนี้อยู่ด้วยนะ

 

กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องกับ #Zenfone 2 Deluxe รุ่น Limited Edition! ครบเครื่องในทุกๆด้าน ทั้งประสิทธิภาพระดับสูงจากซ…

Posted by ASUS THAILAND on Friday, 11 March 2016

และนี่คือ 4 รุ่นน่าสนใจในราคาต่ำกว่าหมื่นในตลาดตอนนี้ครับ ถ้าหากว่าเพื่อนๆ มีรุ่นอื่นอยากแนะนำก็สามารถคอมเม้นท์เพิ่มเติมมาได้เลยครับ