ETDA (สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์) ประกาศใช้กฎหมายใหม่ Facebook, Instagram, LINE และสื่อโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ต้องให้ผู้ลงโฆษณาทำการสแกนใบหน้า-ยืนยันตัวตนก่อน เพื่อป้องกันการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ผู้ลงโฆษณาจำเป็นต้อง “สแกนใบหน้า” ก่อนบูสโพสต์หรือลงโฆษณา

อ้างอิงจากราชกิจจานุเบกษาฉบับเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 ได้มีการกำหนดให้ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook, LINE, Instagram และอื่น ๆ ต้องจัดให้ “มีการพิสูจน์ตัวตนของผู้ลงโฆษณาก่อนทำการเผยแพร่”

Face Scan

โดยการพิสูจน์หรือยืนยันตัวตนด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น สแกนใบหน้า, ระบบยืนยันตัวตนทางดิจิทัล, หลักฐานแสดงตน ได้แก่ บัตรประชาชน, หนังสือเดินทางหรือหนังสือรับรองนิติบุคคล เป็นต้น

สุดท้ายก็คือการกำหนดให้ ผู้ให้บริการแต่ละแพลตฟอร์มจำเป็นต้อง “จัดเก็บข้อมูลของผู้ลงโฆษณาไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน ทั้งนี้คาดการณ์ว่าเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการระบุตัวตนเมื่อมีการหลอกลวง, ฉ้อโกงหรือทำการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

Hacker

มีผลบังคับใช้ในอีก 180 วัน ขณะที่ผู้เสียหายได้ยื่นฟ้องผู้ให้บริการแล้ว

เบื้องต้นกฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในอีก 180 วันให้หลัง นับจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยจะเริ่มต้นใช้ในวันที่ 2 พ.ย. 2569

ประกาศดังกล่าวมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน หลังจากที่สภาผู้บริโภคยื่นฟ้อง Facebook, LINE, Apple เซ่นปมโฆษณาหลอกลวง ทำคนไทยสูญเงิน 230 ล้านบาท (เป็นมูลค่าจากผู้เสียหายเพียง 10 รายแรก)

ปัจจุบันผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทยและทั่วโลก ต่างตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่แอบแฝงมากับโฆษณาหรือโพสต์แฝงบนช่องทาง Social Media ต่าง ๆ ซึ่งก่อให้เกิดคำถามตามมามากมายโดยเฉพาะคำถามที่ว่า “ผู้ให้บริการสามารถทำอย่างไรได้บ้าง เพื่อกำจัดหรือตัดช่องทางของมิจฉาชีพเหล่านี้ออกไปจากแพลตฟอร์ม”

ที่มา: ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง