fbpx
News

รายชื่อมือถือใหม่ผ่าน กสทช. นำโดย Galaxy S21 Series, Mi 11, Reno5, OnePlus Nord N100 และ Infinix NOTE 8i [ธ.ค. 2020-ม.ค. 2021]

เพิ่งจะเปิดศักราชปี 2021 มาไม่ทันไรก็มีสมาร์ทโฟนที่ผ่าน กสทช. เพื่อเตรียมวางขายในประเทศไทยกันเพียบ แม้ว่าในช่วงเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมาค่อนข้างเงียบเหงา เพราะกำลังจะเข้าสู่ช่วงปีใหม่ โดยรายชื่อมือถือที่ผ่านการรับรอง มีทั้ง Xiaomi Mi 11Samsung Galaxy S21, OPPO Reno5, Moto G30, OnePlus Nord N100 และ Infinix Note 8i และรุ่นอื่น ๆ อีกเพียบ แถมบางรุ่นที่เข้ามานั้นยังไม่ทันมีงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการเลยด้วยซ้ำ ส่วนรายละเอียดจะเป็นยังไงบ้างไปดูกันครับ

หมายเลขตราอักษรแบบ / รุ่น
B38539-20HUAWEIAGR-L09 (HUAWEI MatePad T)
B38541-20HUAWEIAGS3-L09 (HUAWEI MatePad T)
B38595-20HUAWEINOH-NX9 (Mate 40 Pro)
B38784-20InfinixX687B (Zero 8i)
B38845-20InfinixX683 (NOTE 8i)
B38639-20MIM2007J17G (Mi 10T Lite)
B38013-21MotorolaXT2129-2 (moto g30)
B38015-21NOKIATA-1322
B38802-20NOKIATA-1325
B38643-20OnePlusBE2013 (OnePlus Nord N100)
B38789-20OPPOCPH2179 (OPPO A15s)
B38833-20OPPOCPH2145 (OPPO Reno5 5G)
B38838-20OPPOCPH2201 (OPPO Reno5 Pro 5G)
B38785-20POCOM2010J19CT (POCO M3)
B38011-21realmeRMX3201 (realme C21)
B38811-20realmeRMX3061 (realme C20)
B38775-20RedmiM2007J22G (Redmi Note 9T)
B38824-20RedmiM2010J19ST (Redmi 9T)
B38006-21SAMSUNGSM-A326B/DS (Galaxy A32 5G)
B38601-20SAMSUNGSM-T575 (Galaxy Tab Active 3)
B38788-20SAMSUNGSM-A125F/DS (Galaxy A12)
B38821-20SAMSUNGSM-M127F/DS (Galaxy M12)
B38839-20SAMSUNGSM-G998B/DS (Galaxy S21 Ultra 5G)
B38841-20SAMSUNGSM-G991B/DS (Galaxy S21 5G)
B38843-20SAMSUNGSM-G996B/DS (Galaxy S21+ 5G)
B38782-20vivovivo V2043 (Y20 2021)
B38810-20vivoV2036 (Y31)
B38801-20WikoW-V750 (Power U20)
B38828-20WikoW-V745 (Power U10)
B38834-20WikoW-K610 (Y62)
B38014-21XiaomiM2011K2G (Mi 11)

Xiaomi

เริ่มกันที่รุ่นท็อปอย่าง Mi 11 5G สมาร์ทโฟนเรือธงชิป Snapdragon 888 รุ่นแรกของโลก ที่อัดสเปคมาแบบจัดเต็ม ทั้ง หน้าจอ AMOLED ความละเอียด 2K รองรับอัตรารีเฟรช 120Hz แถมยังให้กล้องมาถึง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 108 ล้านพิกเซล และก็ยังพ่วงด้วยระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ล่าสุดอย่าง MIUI 12.5 อีกด้วย

คราวนี้มาดูรุ่นน้องเล็กในซีรีส์ Mi 10 อย่าง Mi 10T Lite ซึ่งในที่สุดก็ผ่าน กสทช เข้าไทยมาสักที สเปคจะมาพร้อมกับชิป Snapdragon 750G, จอขนาด 6.67 นิ้ว พาแนล IPS LCD ความละเอียด Full HD+ และมาพร้อมกับ RAM มาตรฐานLPDDR4x อีกด้วย, กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 64MP และแบต 4820mAh รองรับชาร์จไว 33W

SAMSUNG

มาต่อกันที่สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดของ Samsung อย่าง Galaxy S21 Series ที่ตอนนี้ได้เปิดราคาและวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมาด้วยกันถึง 3 รุ่น ได้แก่ Galaxy S21, Galaxy S21+ และ Galaxy S21 Ultra ซึ่งสเปคของน้องเล็กและพี่คนกลางอย่าง Galaxy S21 กับ Galaxy S21+ นั้นใกล้เคียงกันแทบทุกประการ ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอ Dynamic AMOLED 2X ความละเอียด Full HD+ รองรับรีเฟรชเรท 48Hz – 120Hz แบบ Adaptive, ชิปรุ่นใหม่ล่าสุด Exynos 2100 ของ Samsung เอง, RAM สูงสุด 8GB กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 64MP และรองรับการใช้งาน 5G

ส่วนรุ่นพี่ใหญ่สุด Galaxy S21 Ultra มาพร้อมหน้าจอ Dynamic AMOLED 2X เหมือนกัน แต่ใช้ความละเอียด QHD+ รองรับรีเฟรชเรทที่ 10HZ – 120Hz แบบ Adaptive, RAM สูงสุด 16GB, กล้องหลัง 4 ตัว ประกอบไปด้วย กล้องหลัก 108MP, กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 12MP, กล้อง Telephoto 10x ความละเอียด 10MP, กล้อง Telephoto 3x ความละเอียด 10MP และพ่วงด้วยเซ็นเซอร์ Laser AF แถมยังรองรับปากกา S Pen และ S Pen Pro อีกด้วย

ถัดมากับ Galaxy Tab Active 3 แท็บเล็ตพันธุ์แกร่งที่เปิดตัวหลังจากหายหน้าหายตาไปกว่า 3 ปี คราวนี้มาพร้อมความทนทานทั้งกันน้ำ กันฝุ่นที่ระดับ IP68 กันน้ำลึก 1.5 เมตร เป็นเวลาสูงสุด 30 นาที และทนต่อการตก การกระแทกได้ถึง 1.2 เมตร ใช้ชิป Exynos 9810 ให้หน่วยความจำมาที่ 128GB พร้อม RAM 4GB และแบตเตอรี่สุดอึดขนาด 5050mAh ซึ่งสามารถถอดได้ โดยเปิดตัวในไทยด้วยราคา 21,900 บาท

เพิ่งจะเปิดตัวกันไปไม่นานสำหรับ Galaxy A32 5G มือถือ 5G ที่มีราคาถูกที่สุด ซึ่งมาพร้อมกับหน้าจอ TFT ขนาด 6.5 นิ้ว แบบ Infinity-V บนความละเอียด HD+, ขับเคลื่อนด้วยชิป Dimensity 720 5G (คาดว่า), RAM 4GB พ่วงด้วยความจุขนาด 64GB รองรับ microSD card สูงสุด 1TB และให้กล้องหลังมาแบบจัดเต็ม 4 ตัว ประกอบไปด้วย กล้องหลัก 48MP + กล้องอัลตร้าไวด์ 8MP + กล้องมาโคร 5MP + กล้องจับความลึก 2MP  รวมไปถึงแบตเตอรี่สุดอึดขนาด 5000mAh รองรับชาร์จเร็ว 15W

หลังจากมีภาพเรนเดอร์และสเปคเล็กน้อยของ Galaxy M12 หลุดออกมา ล่าสุดก็ผ่าน กสทช. มาแล้ว ซึ่งจากข้อมูลเผยให้เห็นหน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว ที่ใช้ Notch หยดน้ำเพื่อวางกล้องเซลฟี่ ส่วนกล้องหลังก็ให้มามากถึง 4 ตัว วางอยู่บนโมดูลสี่เหลี่ยมที่มุมซ้ายบน และมีไฟแฟลชห้อยลงมาอยู่ด้านล่าง นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงถึง 7,000 mAh แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับสเปคอื่นๆ เลย

เปิดตัวไปไม่ทันไรก็เข้าไทยตามมาติด ๆ กับ Galaxy A12 มือถือสุดคุ้มจอ PLS LCD ขนาด 6.52 นิ้ว ความละเอียด HD+ ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 450 พ่วงมาด้วย RAM 4GB กับ ความจุ 64G ให้กล้องหลังมาถึง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 13 MP และใส่แบตเตอรี่มาแบบเหลือ ๆ ขนาด 5,000 มิลลิแอมป์ โดยเปิดราคาไทยมาแบบสุดคุ้มเพียง 4,999 บาท

HUAWEI

ถัดมาที่มือถือซีรีส์เรือธงกล่องเทพอย่าง Mate 40 Pro 5G ที่ใช้ดีไซน์เครื่องแบบ The Iconic Symmetry หรือแบบสมมาตรในการวางกล้องหลัง 3 ตัว บนโมดูลวงแหวน ความละเอียด 50 + 20 +12 มาพร้อมหน้าจอพาเนลแบบ Flex OLED แบบขอบโค้ง 88 องศา มีรีเฟรชเรทหน้าจอที่ 90Hz ขับเคลื่อนด้วยชิปไฮเอนด์ KIRIN 9000 ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 5nm และให้แบตเตอรี่มาที่ขนาด 4400 mAh รองรับระบบชาร์จไวสุด ๆ ด้วย Huawei Wired SuperCharge สูงถึง 66W โดยเปิดราคาไทยอยู่ที่ 34,990 บาท

ต่อกันด้วย Huawei MatePad T10 และ T10s แท็บเล็ตสเปคคุ้มที่ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Kirin 710A มาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 5MP และกล้องหน้า 2MP พร้อมด้วยแบตเตอรี่สุดอึดขนาด 5100 mAh ด้วยกันทั้งคู่ แต่จะมีความแตกต่างกันบางส่วน ซึ่ง MatePad T10s จะใช้หน้าจอ IPS ขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1200 รองรับ RAM 2GB/3GB กับ ความจุ 32GB/64GB ส่วนรุ่น MatePad T10 จะมาพร้อมหน้าจอ IPS ขนาด 9.7 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 800 ใส่ RAM มาที่ 2GB และความจุภายใน 16GB

OPPO

คราวนี้มาดู OPPO A15s สมาร์ทโฟนสเปคสุดคุ้มรุ่นอัปเกรดมาจาก OPPO A15 ที่เปิดตัวไปช่วงเดือนตุลาคมปี 2020 โดยมีข่าวลือว่าจะมาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 13MP ส่วนหน้าจอใช้ขนาด 6.52 นิ้ว บนความละเอียด HD+ และใส่ RAM มาที่ 4GB กับ ความจุ 64GB ส่วนข้อมูลอื่นๆ ต้องรอติดตามกันต่อไปอีกทีครับ

ต่อกันด้วยภาคต่อซีรีส์ Reno5 อย่าง OPPO Reno 5 4G น้องเล็กในซีรีส์ที่ได้ผ่าน กสทช. มาก่อนหน้านี้แล้ว คาดว่ามาพร้อมพร้อมกับชิป Snapdragon 720G, หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ อัตราการรีเฟรช 90Hz, กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 64MP ส่วนแบตเตอรี่นั้นมีขนาดเท่ากับ 4,220 mAh แถมยังรองรับระบบชาร์จไว 50W อีกด้วย

ส่วนรุ่นพี่อย่าง OPPO Reno5 และ Reno5 Pro มาพร้อมกับหน้าจอ OLED ความละเอียด Full HD+ และค่ารีเฟรชเรท 90Hz ด้วยกันทั้งคู่ แต่จะมีความแตกต่างที่ชิปเซ็ต ซึ่งรุ่น Reno 5 Pro จะถูกขับเคลื่อนด้วยชิป Dimensity 1000+ ส่วน Reno 5 จะเลือกใช้เป็น Snapdragon 765G โดยทั้งคู่จะมีขนาดความจุ 2 แบบคือ RAM 8GB + 128GB และ RAM 12GB + 256GB

Redmi

ถัดมาดูสมาร์ทโฟนระดับกลางสเปคสุดคุ้มจาก Xiaomi ที่เพิ่งจะเปิดตัวกันไปแบบสดๆ ร้อนๆ ซึ่งก็ได้มีรายชื่อผ่านกสทช. มาถึงก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2020 โดยเปิดตัวมาทีเดียว 2 รุ่นพร้อมกัน คือ Redmi 9T และ Redmi Note 9T 5G

สำหรับน้องเล็กอย่าง Redmi 9T มาพร้อมกับชิป Snapdragon 662 หน้าจอ IPS LCD ความละเอียด FHD+ ขนาด 6.53 นิ้ว, ให้ RAM มาสูงสุด 8GB ความจุมากถึง 256GB, กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48MP และแบตเตอรี่สุดอึดขนาด 6000 mAh รองรับชาร์จไว 18W เปิดราคามาสุดคุ้มเริ่มต้น 4,499 บาท

ต่อไปเป็นรุ่นพี่ Redmi Note 9T มือถือ 5G สเปคครบครัน ขับเคลื่อนด้วยชิป Dimensity 800U จาก MediaTek ใช้หน้าจอ LCD ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ พ่วงด้วยกระจกทนทานอย่าง Gorilla Glass 5 ทนทานด้วย, RAM 4GB กับ ความจุสูงสุด 128GB ใส่กล้องมาให้ 3 ตัว ความละเอียด 48MP + 2MP + 2MP และแบต 5000 mAh รองรับชาร์จไว 18W โดยได้ใช้เทคโนโลยียืดอายุจนสามารถใช้แบตเตอรี่ได้นานถึง 3 ปี

POCO

ต่อกันด้วยแบรนด์ POCO ที่นอกจากจะเปิดตัว POCO M3 มือถือสเปคคุ้มในราคาไทยเริ่มต้น 4,499 บาท ก็ยังประกาศแยกตัวออกจาก Xiaomi อย่างเป็นทางการเรียบร้อบแล้ว ซึ่งน่าจะมีแนวทางการในพัฒนามือถือของตัวเองได้อย่างอิสระ โดย POCO M3 มาพร้อมกับหน้าจอแบบ IPS LCD ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 662, กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48MP, ลำโพงคู่แบบสเตอริโอ และแบตเตอรี่ขนาดมหึมา 6,000 มิลลิแอมป์

Motorola

ถัดมากับ Moto G30 ที่ตอนนี้ยังไม่เปิดเผยสเปคใด ๆ นอกจากผลทดสอบบนเว็บไซต์ Geekbench ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้น่าจะมาพร้อมกับชิป Snapdragon 662 จาก Qualcomm, RAM 4GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 11 นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่า moto G30 จะมาเลือกใช้จอภาพความละเอียด HD+ รองรับอัตรารีเฟรช 90Hz ส่วนกล้องหลังมีด้วยกัน 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลัก 64MP + กล้องอัลตร้าไวด์ 13MP สำหรับถ่ายภาพมุมกว้าง และกล้องจับความลึก 2MP อีกด้วย

OnePlus

หลังจากพี่ใหญ่ Nord N10 5G เปิดตัวในไทย และผ่านกสทช ไปไม่ทันไร ก็ถึงคราวน้องเล็ก Nord N100 ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนตุลาคมปี 2020 ซึ่งมาพร้อมกับหน้าจอขนาด IPS LCD ขนาด 6.52 นิ้ว ความละเอียด HD+ ใช้ชิปเซ็ตเป็น Snapdragon 460 พ่วงกับ RAM ขนาด 4GB และความจุ 64GB ส่วนกล้องให้มาถึง 3 ตัว ความละเอียด 13MP + 2MP + 2 MP และแบตเตอรี่ 5,000 mAh รองรับชาร์จไว 18W โดยมีราคาอยู่ที่ 179 ยูโร หรือราว ๆ 6,600 บาทเท่านั้นเอง

 

Infinix

มาดูทางด้านแบรนด์น้องใหม่อย่าง Infinix ที่เน้นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดสเปคคุ้มค่า ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้เปิดตัว NOTE 8i ไปช่วงปลายเดือนตุลาคมปี 2020 และล่าสุดเพิ่งจะเปิดตัว ZERO 8i ไปเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

เริ่มกันด้วยพี่ใหญ่อย่าง Infinix ZERO 8i ที่จัดเต็มมาด้วยหน้าจอพาแนล IPS LCD ขนาด 6.85 นิ้ว บนความละเอียด Full HD+ รองรับรีเฟรชเรท 90Hz ขับเคลื่อนด้วยชิปสำหรับสายเกมมิ่งอย่าง Helio G90T ตัวแรงจาก MediaTek พร้อมมี Liquid Cooling ช่วยระบายความร้อน ใส่ Ram 8GB ความจุ 128GB กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48MP, กล้องหน้าสองตัวความละเอียด 16MP + 8MP และแบต 4500mAh รองรับระบบชาร์จไว 33W Super Charge

ถัดมาที่น้องเล็กอย่าง Infinix Note 8i ซึ่งตอนนี้ได้เข้าไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมาพร้อมกับดีไซน์หน้าจอเป็นแบบ IPS LCD ขนาด 6.78 นิ้ว ใหญ่เต็มตา ใช้ชิปเซ็ตเป็น MediaTek Helio G80 ใส่ Ram 6GB ความจุ 128GB ส่วนกล้องหลังก็จัดเต็มมาถึง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48MP แบต 5200 mAh และระบบชาร์จไว 18W

Vivo

มาต่อกันที่ Vivo Y20 (2021) สมาร์ทน้องใหม่รุ่นอัปเกรดจาก Vivo Y20 ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมปี 2020 ที่ผ่านมา ซึ่งมาพร้อมหน้าจอติ่งหยดน้ำพาแนล IPS LCD ขนาด 6.51 นิ้ว บนความละเอียด HD+ ขับเคลื่อนด้วยชิป Helio P35 จาก MediaTek ให้ RAM มาที่ 4GB ส่วนหน่วยความจำภายในขนาด 64GB, กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 13MP และแบตเตอรี่สุดอึดความจุ 5,000 mAh โดยเปิดราคามาที่ 599 ริงกิตมาเลเซีย หรือราวๆ 4,400 บาท

ถัดมาที่ Vivo Y31 (2021) สมาร์ทโฟนราคาประหยัดสเปคเทพ ที่มาพร้อมกับหน้าจอแบบมีติ่งหยดน้ำ ขนาด 6.58 นิ้ว พาแนล LCD ความละเอียด FHD+ ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 662 ให้ RAM มาสูงสุด 6GB, หน่วยความจำ 128GB รองรับ microSD card สูงสุด 1TB แถมยังให้กล้องหลังมามากถึง 3 ตัว ประกอบไปด้วย กล้องหลักความละเอียด 48MP, กล้องจับความลึก 2MP, กล้องมาโคร 2MP และยังให้แบตเตอรี่มาแบบจุใจด้วยขนาด 5000 mAh รองรับชาร์จไว 18W อีกด้วย โดยเปิดราคาได้น่าสนใจมาก ๆ ด้วยจำนวน 7,499 บาทครับ

realme

หลังจากที่หลุดสเปคมาตั้งแต่ช่วงเดือนเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ในที่สุดก็เข้าไทยผ่าน กสทช. มาสักทีสำหรับ realme C20 กับ realme C21 มือถือโฟนตระกูล C-Series น้องเล็กที่โผล่มาแค่ข้อมูลดราฟตัวเครื่องจาก FCC เผยให้เห็นกล้องหลัง 3 ตัว + ไฟแฟลช LED วางอยู่บนโมดูลสี่เหลี่ยม มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4,880mAh และรองรับ 4G ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีการเปิดตัว ดังนั้นข้อมูลอื่น ๆ ก็ต้องรอติดตามกันต่อไปอีกทีครับ

Wiko

ปิดท้ายกันด้วย Wiko แบรนด์มือถือจากฝรั่งเศส ที่เพิ่งจะเปิดตัว Wiko Power U20 ไปสด ๆ ร้อน ๆ ซึ่งเปิดราคามาอย่างคุ้มค่า ด้วยจำนวน 2,990 บาท โดยขับเคลื่อนด้วยสเปค หน้าจอขนาด 6.82 นิ้ว ความละเอียด HD+, ชิป Helio G35 จาก MediaTek, RAM 3GB, หน่วยความจำ 32GB รองรับ microSD card สูงสุด 256GB แถมยังให้กล้องมาถึง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 13MP และกล้องเซลฟี่ 5MP แต่ที่สำคัญก็คือความจุของแบตเตอรี่ที่ให้มาแบบจัดเต็มถึง 6000 mAh ซึ่งทาง Wiko เคลมว่าชาร์จใช้ได้สูงสุดถึง 4 วันกันเลยทีเดียว

 

ที่มา : nbtc

Leave a Reply

To Top