fbpx
News

ข่าวร้าย….แร่ซิลิคอนขาดตลาด อาจทำให้วิกฤตชิปแย่ลง ราคาสมาร์ทโฟนอาจแพงขึ้นกว่าเดิม

แม้ว่า “แร่ซิลิคอน” จะเป็นธาตุที่หาได้ง่ายที่สุดเป็นอันดับสองของโลก คิดเป็น 28% ของเปลือกโลกทั้งหมด แต่จากการรายงานล่าสุดของ The Japan Times เปิดเผยว่า ตอนนี้ธาตุโลหะดังกล่าวอยู่ในช่วงของขาดตลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยซิลิคอนถือว่าจำเป็นมาก ๆ ต่อการผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ต หรือโมดูลต่าง ๆ ส่งผลให้ปัจจุบันราคาของซิลิคอนพุ่งไปสูงกว่าเดิมถึง 300% เลยทีเดียว

โดยฐานการผลิต ณ มณฑล Yunnan ในจีน ซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตซิลิคอนอันดันสองของประเทศ ได้ถูกสั่งให้ยกเลิกการผลิตไปทั้งหมดกว่า 90% ตั้งแต่เดือนกันยายนไปจนถึงธันวาคมสิ้นปี พร้อมกับประกาศขึ้นราคาทันที จากปกติประมาณ 8,000 – 17,000 หยวน (ราว ๆ 42,000 – 89,000 บาท) เป็น 67,300 หยวนต่อตัน หรือแปลงเป็นเงินไทยแล้วอยู่ที่เกือบ ๆ 353,000 บาท เรียกได้ว่ามากกว่าเดิม 8 เท่าตัวเลยทีเดียว

ภาพแร่ซิลิคอน จาก https://en.wikipedia.org/wiki/User:Enricoros

นอกจากจะส่งผลกระทบถึงวงการไอทีแล้ว อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน (Solar Industry) ก็ได้รับผลกระทบในส่วนนี้ไปเต็ม ๆ ราคาโพลีซิลิคอนเกรดโซลาร์มีราคาสูงขึ้น 13% เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่แพงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011

Yang Xiaoting นักวิเคราะห์ในแวดวง ได้ระบุว่า ราคาที่เพิ่มสูงขึ้นของแร่ซิลิคอนน่าจะอยู่กับเราไปอีกอย่างน้อย ๆ จนถึงช่วงราว ๆ ครึ่งแรกของปี 2022 ที่จะถึงนี้ หลังจากนั้นหลายฐานการผลิตจะกลับมาผลิตและสกัดแร่นี้เหมือนเดิม ทำให้ราคาอาจจะค่อย ๆ กลับมาลงอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ที่มา: JapanTimes via  Apple Insider

 

4 Comments

  1. Avatar

    วสันต์ คะเนนอก Post on October 5, 2021 at 6:15 pm

    #1030221

    ขออนุญาตนะครับพี่ มีข้อความเขียนผิดครับผม

    • Matthattan

      Matthattan Post on October 5, 2021 at 6:40 pm

      #1030222

      แก้ไขเรียบร้อยค้าบ ขอบคุณนะครับผม

  2. Faris

    Faris Post on October 6, 2021 at 8:59 am

    #1030225

    ขอให้มีผลแค่ระยะสั้น ๆ ครับ เพราะถ้าระยะสั้นคนที่ใช้มือถือไม่ต่ำกว่าห้าปีต่อเครื่องแบบผมอาจจะได้รับผลกระทบน้อย

  3. nisit

    nisit Post on October 6, 2021 at 10:32 am

    #1030226

    น่าสนใจที่บอกว่า 

    “แร่ซิลิคอน” จะเป็นธาตุที่หาได้ง่ายที่สุดเป็นอันดับสองของโลก

    แล้วทำไมจึงขาดตลาด โรงงานใหญ่ในจีนหยุดผลิต โรงงานอื่นก็น่าจะผลิตชดเชยได้ เพราะวัตถุดิบไม่ได้ขาด หรือเพราะโรงงานอื่นกำลังการผลิตน้อย ผลิตมาชดเชยไม่ได้ เพิ่มกำลังการผลิตก็ยังไม่ทัน อยากรู้ว่าโรงงานที่หยุดผลิต คิดเป็นสัดส่วนกำลังการผลิตมากขนาดไหน ???

Leave a Reply

To Top